วิริยะประกันภัย ตอกย้ำความแข็งแกร่งท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน เดินหน้ายกระดับบริการและเทคโนโลยีรองรับความเสี่ยงยุคใหม่ หลังผลประกอบการปี 2568 ทำได้เกินเป้าหมาย เบี้ยประกันภัยรับตรงรวมทะลุ 4.29 หมื่นล้านบาท เติบโต 5% พร้อมตั้งเป้าปี 2569 ดันเบี้ยแตะ 4.46 หมื่นล้านบาท เติบโตอีก 4% ย้ำศักยภาพบริหารสินไหมและความพร้อมรับมือภัยพิบัติขนาดใหญ่
นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงทำหน้าที่เป็นหลักประกันความเสี่ยงให้กับสังคมไทยอย่างมั่นคง ภายใต้เจตนารมณ์ “วิริยะประกันภัย เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต มุ่งเสริมสร้างสังคมไทยสู่ความยั่งยืน” ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากปัจจัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงจากภาวะ Climate Change รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจจำนวนมาก ทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเมียนมา ซึ่งแรงสั่นสะเทือนส่งผลถึงหลายจังหวัดรวมถึงกรุงเทพมหานคร สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยในอาคารสูง ขณะเดียวกันยังเกิดมหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาค
นายอมร ระบุว่า วิริยะประกันภัยมีความพร้อมรับมือภัยพิบัติทุกรูปแบบ ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 79 ปี และความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการสินไหม โดยเฉพาะเหตุอุทกภัย ผ่าน “ปฏิบัติการ First AID” ที่ใช้ดูแลผู้เอาประกันอย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่องมากกว่าทศวรรษ ทั้งการสำรวจความเสียหาย การกู้รถยนต์จากพื้นที่น้ำท่วม การจัดซ่อมผ่านเครือข่ายศูนย์ซ่อมมาตรฐาน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยผ่านเครือข่ายวิริยะจิตอาสาทั่วประเทศ
ปัจจุบันบริษัทมีสาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 160 แห่ง ช่วยให้สามารถดูแลลูกค้าและจ่ายสินไหมได้อย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และเป็นธรรม
สำหรับผลประกอบการปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 42,923 ล้านบาท เติบโต 5% แบ่งเป็น
ประกันภัยรถยนต์ (Motor) 37,654 ล้านบาท เติบโต 3.5%
ประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ (Non-Motor) 5,269 ล้านบาท เติบโต 17.09%
ขณะเดียวกันยังคงรักษาความเป็นผู้นำตลาดประกันวินาศภัยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 14.64% โดยมีสินทรัพย์รวม 68,166 ล้านบาท และอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 357.21% สูงกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 44,646 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4% โดยแบ่งเป็น
Motor 38,865 ล้านบาท เติบโต 3%
Non-Motor 5,780 ล้านบาท เติบโต 9.7%
ในด้านกลยุทธ์การดำเนินงาน บริษัทมุ่งยกระดับคุณภาพบริการผ่านการผสานเทคโนโลยีเข้ากับการทำงานของบุคลากร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งกระบวนการรับประกันภัย การเคลมสินไหม และการเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้า
พร้อมพัฒนาบริการ One Stop Service ครอบคลุมทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นสายด่วน 1557 ระบบ Self Service ผ่าน LINE Official รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาระบบต่าง ๆ เช่น
ระบบ E-Agency รองรับการทำงานของตัวแทน
V-Inspection ตรวจสภาพรถก่อนทำประกันด้วย AI
VClaim on VCall บริการเคลมผ่านวิดีโอคอลทั่วประเทศ
โครงการ Fast Track Claim สำหรับค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายได้
นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Data Driven นำข้อมูลเชิงลึกมาวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ทั้งกลุ่ม Motor และ Non-Motor ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่
ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรผ่านการเสริมทักษะด้านเทคโนโลยี อาทิ เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า (EV) และ AI รวมถึงการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความยั่งยืนให้กับองค์กรในระยะยาว
“การพัฒนาในทุกมิติสะท้อนพันธกิจสำคัญของวิริยะประกันภัยในการทำหน้าที่หลักประกันความเสี่ยงให้กับสังคมไทย บนพื้นฐาน DNA องค์กรที่ยึดมั่นว่า ‘ความเป็นธรรม คือ นโยบาย’ พร้อมเคียงข้างลูกค้าและสังคมไทยในทุกวิกฤตอย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายอมร กล่าว
![]()













