กรุงเทพฯ, 25 มีนาคม 2569 – การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยกำลังชัดเจนขึ้น เมื่อ “การตัดอ้อยสด” กลายเป็นหัวใจสำคัญในการยกระดับทั้งเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดย กลุ่มมิตรผล ผนึกกำลังเกษตรกร ภาครัฐ และภาคเอกชน ขับเคลื่อนแคมเปญ “นะโม ตัดสด” จนสามารถดันสัดส่วนอ้อยสดเข้าสู่โรงงานได้มากกว่า 96% ในฤดูหีบอ้อยปี 2568/2569
ความสำเร็จดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนความร่วมมือของทุกภาคส่วน แต่ยังต่อยอดเป็น “มูลค่าเพิ่ม” ทางเศรษฐกิจ ผ่านการรับซื้อใบอ้อยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เพื่อนำไปผลิตไฟฟ้าชีวมวล สร้างพลังงานสะอาดจากภาคเกษตรไทย พร้อมทั้งช่วยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างเป็นรูปธรรม
นายบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการ กลุ่มมิตรผล ระบุว่า ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นภาพสะท้อนของความร่วมแรงร่วมใจของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปรับตัวสู่การทำไร่อ้อยสมัยใหม่ หรือ “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” ซึ่งไม่ใช่แค่การเปลี่ยนวิธีเก็บเกี่ยว แต่คือการยกระดับแนวคิดการทำเกษตรทั้งระบบ ตั้งแต่การใช้เทคโนโลยี การบริหารจัดการ ไปจนถึงการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ภาคเกษตรไทยในระยะยาว
ด้านเกษตรกรรุ่นใหม่สะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน นายศุภฤกษ์ สุภาพเพชร เผยว่า จากเดิมที่เคยทำอ้อยไฟไหม้ ปัจจุบันปรับสู่การทำอ้อยสด 100% หลังเข้าร่วมเรียนรู้กับ Mitr Phol ModernFarm Academy โดยมองว่าการตัดอ้อยสดช่วยลดต้นทุนระยะยาว ทั้งค่าปุ๋ยและสารกำจัดวัชพืช เนื่องจากการไม่เผาช่วยรักษาคุณภาพดินและลดการเสื่อมสภาพของพื้นที่เพาะปลูก
ขณะที่ นางสาวฐิติมา บัวผุย เกษตรกรรุ่นใหม่อีกหนึ่งเสียง สะท้อนว่า การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการดินและน้ำ ทำให้สามารถวางแผนการเพาะปลูกได้แม่นยำ ลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมย้ำว่าการตัดอ้อยสดยังช่วยฟื้นฟูธรรมชาติผ่านการใช้ใบอ้อยคลุมดิน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรักษาสมดุลสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ โมเดล “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” ที่ดำเนินงานมากว่า 10 ปี ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของเกษตรกรไทยในการปรับตัวสู่เกษตรสมัยใหม่ และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลไทยให้สอดคล้องกับทิศทางโลก โดยเฉพาะเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050
ปรากฏการณ์ “นะโม ตัดสด” จึงไม่ใช่เพียงแคมเปญเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรไทย ที่กำลังเดินหน้าสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติรายได้ สิ่งแวดล้อม และความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก
![]()













