กรุงเทพฯ – ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก รายการ “เรื่องเงินเรื่องใหญ่” จากช่อง Money Buffalo ได้หยิบยกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงด้านพลังงานมานำเสนอ ผ่านกรณีศึกษาของธุรกิจปูนซีเมนต์ในเครือ SCG ที่เร่งปรับตัวรับมือความผันผวนด้านพลังงานล่วงหน้า โดยชี้ให้เห็นว่า “พลังงานแพง” อาจไม่ใช่ความเสี่ยงที่น่ากังวลที่สุด แต่ “พลังงานไม่มีใช้” ต่างหากที่อาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ
เนื้อหาในคลิปสะท้อนมุมมองว่า แม้ราคาพลังงานที่สูงขึ้นจะสร้างภาระต้นทุนให้ทั้งภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ แต่ยังสามารถปรับตัวได้ด้วยการลดการใช้พลังงานหรือวางแผนต้นทุนใหม่ อย่างไรก็ตาม หากเกิดภาวะขาดแคลนพลังงานจนไม่สามารถจัดหาเชื้อเพลิงได้เพียงพอ ผลกระทบจะลุกลามตั้งแต่ภาคการผลิต การขนส่ง ไปจนถึงราคาสินค้าและเงินเฟ้อในวงกว้าง
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญที่ถูกยกขึ้นมาคือ “ช่องแคบฮอร์มุซ” เส้นทางขนส่งน้ำมันที่มีสัดส่วนราว 20% ของการใช้น้ำมันทั่วโลก ซึ่งแม้เพียงเกิดความเสี่ยงต่อการขนส่ง ก็สามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงานโลกได้ทันที สะท้อนให้เห็นว่าพลังงานไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนทางธุรกิจ แต่เป็นปัจจัยด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
สำหรับธุรกิจปูนซีเมนต์ของ SCG ซึ่งต้องใช้พลังงานความร้อนสูงในกระบวนการผลิต ได้เร่งสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานด้วยการเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงทดแทน (Alternative Fuel : AF) ทั้งจากชีวมวล เช่น แกลบ ฟางข้าว ใบอ้อย และหญ้าเนเปียร์ รวมถึงเชื้อเพลิงจากขยะหรือ RDF เพื่อลดการพึ่งพาถ่านหิน โดยปัจจุบันสามารถใช้เชื้อเพลิงทางเลือกได้สูงสุดถึง 45% และมีศักยภาพรองรับได้ถึง 60% ในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ทั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และการนำความร้อนเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตกลับมาผลิตไฟฟ้าใช้เองผ่านระบบ Waste Heat Generator เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลก
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกนำเสนอ คือการมอง “พลังงานสะอาด” ในฐานะเครื่องมือบริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ มากกว่าการเป็นเพียงแนวทางด้านสิ่งแวดล้อม เพราะการมีแหล่งพลังงานที่หลากหลายช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตราคาพลังงานและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ธุรกิจสามารถรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงานและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้
ทั้งนี้ กรณีศึกษาของ SCG สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างความยืดหยุ่นด้านพลังงานกำลังกลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของภาคธุรกิจไทย ในยุคที่ความไม่แน่นอนด้านพลังงานและเศรษฐกิจโลกเพิ่มสูงขึ้น โดยองค์กรที่มีทางเลือกด้านพลังงานมากกว่า ย่อมมีความพร้อมในการรับมือวิกฤตและรักษาความสามารถในการแข่งขันได้ดีกว่าในระยะยาว
![]()















