เอสซีจี (SCG) ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำธุรกิจระดับภูมิภาค หลังได้รับการจัดอันดับ 22 จาก 500 บริษัทชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 นับเป็นการติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนศักยภาพในการรับมือกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน
การจัดอันดับดังกล่าวพิจารณาจากรายได้ของบริษัทในปีงบประมาณล่าสุดที่สิ้นสุดภายในหรือก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยเอสซีจีมีรายได้รวม 496,925 ล้านบาท (15,127 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีกำไร 14,075 ล้านบาท (428.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มีสินทรัพย์รวม 821,591 ล้านบาท (26,115.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมีพนักงาน 51,941 คน สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจและศักยภาพในการดำเนินงานทั่วภูมิภาคอาเซียน
นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี กล่าวว่า การติดอันดับ Fortune Southeast Asia 50 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เป็นความภาคภูมิใจขององค์กร และสะท้อนถึงความร่วมมือของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ท่ามกลางความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และการแข่งขันที่รุนแรง
เอสซีจีเดินหน้าสร้างความได้เปรียบผ่านการบริหารฐานการผลิตในภูมิภาค (Regional Optimization) ยกระดับประสิทธิภาพด้วย Robotics, Automation และ AI พร้อมพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ทั้งกลุ่มสินค้ารักษ์โลก (Green Products) สินค้าคุณภาพคุ้มค่า (Smart Value Products) และสินค้ามูลค่าเพิ่มสูง (High-Value Added Products) ควบคู่กับการขยายธุรกิจพลังงานสะอาดและการรักษาวินัยทางการเงิน เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืน
สำหรับการจัดอันดับ Fortune Southeast Asia 500 ประจำปี 2026 บริษัททั้ง 500 แห่งมีรายได้รวมกว่า 1.88 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรรวม 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนบทบาทสำคัญของภาคธุรกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง
![]()















