กรุงเทพฯ – บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด (บลจ.กรุงศรี) ประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ยังมีแนวโน้มขยายตัว โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการบริโภคในสหรัฐฯ ที่ยังแข็งแกร่ง แม้ยังต้องจับตาความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) พร้อมแนะนักลงทุนกระจายพอร์ตเพิ่มหุ้นกลุ่ม Defensive เช่น Global Dividend และ Healthcare เพื่อลดความผันผวนของการลงทุน
นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 บริษัทมีทรัพย์สินภายใต้การบริหาร (AUM) มูลค่า 691,000 ล้านบาท โดยกองทุนรวมยังเป็นธุรกิจหลักและมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของอุตสาหกรรม พร้อมเดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับ Invesco เปิดตัวกองทุนใหม่ 3 กองทุน ได้แก่ KF-GEI, KF-SP500M และ KF-SP500MFX เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนในต่างประเทศ
สำหรับแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง บริษัทจะมุ่งพัฒนากองทุนใหม่ร่วมกับพันธมิตรระดับโลก ควบคู่กับการยกระดับบริการดิจิทัล ทั้งการเพิ่มช่องทางติดตามพอร์ตผ่าน LINE Connect การพัฒนาฟีเจอร์บน @ccess Mobile และปรับโฉม @ccess Online เพื่อเพิ่มประสบการณ์การลงทุนที่สะดวกยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ในปี 2569 บลจ.กรุงศรี ยังคว้ารางวัลจากสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 13 รางวัล สะท้อนความเป็นผู้นำด้านการบริหารกองทุนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายศิระ คล่องวิชา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกยังเติบโตได้ หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่ยืดเยื้อ โดยสหรัฐฯ ยังคงได้รับแรงหนุนจากการลงทุนด้าน AI และตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปี 2569 ก่อนชะลอลงในปี 2570 อย่างไรก็ตาม ราคาพลังงาน ต้นทุนชิปเซมิคอนดักเตอร์ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
สำหรับเศรษฐกิจไทย คาดว่าครึ่งปีหลังยังได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุน การส่งออก มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ และราคาน้ำมันที่ลดลง แม้ยังมีความเสี่ยงจากหนี้ครัวเรือน ค่าครองชีพ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ในมุมมองการลงทุน บลจ.กรุงศรี คงน้ำหนักการลงทุนตราสารหนี้ที่ระดับ “Neutral” เนื่องจากโอกาสลดดอกเบี้ยมีจำกัด ขณะที่อัตราผลตอบแทนยังอยู่ในระดับน่าสนใจ ส่วนตลาดหุ้นไทยยังมีมุมมองเชิงบวก จากแรงหนุนของมาตรการภาครัฐ เงินทุนต่างชาติ และการฟื้นตัวของผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน แม้ยังต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสภาพอากาศ
ด้านการลงทุนต่างประเทศ แม้ Fed อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยและสงครามในตะวันออกกลางยังสร้างความผันผวน แต่ตลาดหุ้นโลกยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนจากการเติบโตของกำไรบริษัท โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
บลจ.กรุงศรี ยังคงยกให้ AI เป็นธีมการลงทุนเด่นที่สุดของปี 2569 จากการเติบโตของการลงทุนและความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น พร้อมแนะนำทยอยลงทุนในกองทุน Global Tech และ Asia Tech ในช่วงที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ปรับฐาน รวมถึงเพิ่มสัดส่วนหุ้น Defensive ได้แก่ Global Dividend และ Healthcare เพื่อช่วยลดความผันผวนของพอร์ต
สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลาง แนะนำจัดพอร์ตด้วยสัดส่วนหุ้น 50% และตราสารหนี้ 50% กระจายการลงทุนทั้งหุ้นโลก หุ้นเทคโนโลยี หุ้นจีน หุ้นปันผล หุ้นกลุ่มเฮลท์แคร์ และตราสารหนี้ในและต่างประเทศ พร้อมพิจารณาลงทุนในกองทุน RMF และ Thai ESG เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี
![]()















