วันที่ 26 สิงหาคม 2569 ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือเครือข่ายเพื่อจัดตั้ง ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ (Hub of Talents for Nuclear Energy Technology: HOTNET) พร้อมกิจกรรม Thailand Nuclear Science Olympiad 2026 (ThaiNSO2026) และพิธีมอบรางวัลการแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระหว่างประเทศ ณ ห้อง Grand Ballroom B โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้บริหารหน่วยงานภาคีเครือข่าย ผู้แทนภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม คณาจารย์ ครู นักเรียน และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน
ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน กล่าวว่า กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนสมรรถนะสูง การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเป็นรากฐานในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านพลังงาน เทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม
เทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทั่วโลกให้ความสนใจเพิ่มขึ้น ทั้งในฐานะแหล่งพลังงานสะอาดและเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะ เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์แบบโมดูลาร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor: SMR) การมีบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความพร้อมในการศึกษา วิจัย ประเมิน และกำกับดูแลเทคโนโลยีตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล จึงมีความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมของประเทศไทย
การจัดตั้ง HOTNET จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานด้านทุนมนุษย์ของประเทศ โดยทำหน้าที่รวบรวมองค์ความรู้ พัฒนากำลังคน เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ และสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อยกระดับศักยภาพของไทยในการรองรับเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคตอย่างเป็นระบบ
ด้าน ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents) และศูนย์กลางองค์ความรู้ (Hub of Knowledge) ให้เป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยมุ่งเชื่อมโยง แลกเปลี่ยน ถ่ายทอด และต่อยอดองค์ความรู้ระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ
ที่ผ่านมา วช. ได้สนับสนุนการพัฒนาศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญและศูนย์กลางองค์ความรู้แล้ว 70 ศูนย์ ในหลากหลายสาขาที่มีความสำคัญ พร้อมขยายการสนับสนุนไปสู่ประเด็นยุทธศาสตร์ใหม่ ๆ ที่ประเทศจำเป็นต้องเตรียมความพร้อม โดย HOTNET จะเป็นพื้นที่กลางในการเชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมพัฒนาบุคลากร สร้างองค์ความรู้ และยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยและเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศไทย
ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ธวัชชัย อ่อนจันทร์ ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ หรือ สทน. ได้ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม รวม 13 หน่วยงาน จัดตั้ง HOTNET เพื่อเป็นกลไกกลางในการรวบรวม เชื่อมโยง และพัฒนาศักยภาพบุคลากร องค์ความรู้ งานวิจัย นวัตกรรม และเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ
HOTNET จะมุ่งพัฒนากำลังคนในทุกระดับ ส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรม การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ รวมถึงสนับสนุนข้อมูลทางวิชาการเพื่อประกอบการกำหนดนโยบายและการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
ด้าน ดร.วศิน เวชกามา ผู้บริหารจัดการศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ กล่าวว่า การจัดตั้ง HOTNET เกิดขึ้นท่ามกลางบริบทที่เทคโนโลยีนิวเคลียร์ โดยเฉพาะ SMR มีบทบาทเพิ่มขึ้นในระดับโลก เพื่อรองรับความต้องการพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต อาทิ Data Center และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดย HOTNET จะทำหน้าที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับความพร้อมของประเทศไทย
นอกจากนี้ ภายในงานยังจัดกิจกรรม Thailand Nuclear Science Olympiad 2026 (ThaiNSO2026) และพิธีมอบเหรียญรางวัลแก่ผู้แทนประเทศไทยจากการแข่งขันวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ระหว่างประเทศ รวมถึงมอบโล่แก่หน่วยงานผู้สนับสนุนโครงการ โดยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้กล่าวชื่นชมและแสดงความยินดีกับนักเรียนผู้แทนประเทศไทยที่สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ประเทศ พร้อมชื่นชมคณะครู อาจารย์ ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ร่วมส่งเสริมและสร้างโอกาสให้แก่เยาวชนไทย
ทั้งนี้ การจัดตั้ง HOTNET นับเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการวางรากฐานด้านกำลังคนและองค์ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศไทย ผ่านการสร้างระบบนิเวศความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญ นักวิจัย สถาบันการศึกษา ภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมพัฒนางานวิจัย นวัตกรรม และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์อย่างปลอดภัย มั่นคง และยั่งยืน รองรับการพัฒนาประเทศในอนาคต
![]()













