ชูระบบประกันภัยเป็นกลไกบริหารความเสี่ยงประเทศ ครอบคลุมทั้งบ้านเรือนและชีวิต พร้อมจ่ายสินไหมน้ำท่วมสูงสุด 100,000 บาทต่อหลัง และเสียชีวิตจากภัยพิบัติ 2 ล้านบาทต่อคน
สมาคมประกันวินาศภัยไทย ขานรับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบจัดให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ยกระดับการบริหารความเสี่ยงของประเทศจากการเยียวยาหลังเกิดภัย สู่การเตรียมความพร้อมและถ่ายโอนความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยล่วงหน้า ตั้งเป้าดูแลประชาชนกว่า 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ ด้วยกรอบวงเงินค่าเบี้ยประกันภัยรวม 15,500 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งความเสียหายต่อที่อยู่อาศัยและชีวิตจากภัยพิบัติ
ดร.สมพร สืบถวิลกุล นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า มติ ครม. เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 ได้เห็นชอบในหลักการจัดให้มีระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ และล่าสุดได้อนุมัติการดำเนินงาน พร้อมเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่ม 2 ประเภท ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 15,000 ล้านบาท และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ วงเงิน 500 ล้านบาท รวมกรอบวงเงินค่าเบี้ยประกันภัยทั้งสิ้น 15,500 ล้านบาท
💲เปิดความคุ้มครองบ้านเรือนสูงสุด 100,000 บาทต่อหลัง
ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัยและสิ่งติดตั้งตรึงตรา เช่น เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน ทั้งบ้านที่มีบ้านเลขที่ตามทะเบียนราษฎร และที่พักอาศัยที่ไม่มีบ้านเลขที่แต่ได้รับการรับรองจากกรมการปกครองว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีผู้อยู่อาศัยประจำ
ความคุ้มครองครอบคลุมภัยพิบัติ 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว รวมถึงภูเขาไฟระเบิด คลื่นใต้น้ำ และสึนามิ โดยกำหนดวงเงินชดเชยดังนี้
* น้ำท่วม: รับเงินชดเชยเบื้องต้น 10,000 บาทโดยไม่ต้องรอผลประเมินความเสียหาย และรับเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงสูงสุด 90,000 บาท รวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
* น้ำล้อมบ้าน: กรณีบ้านไม่เสียหาย แต่มีน้ำล้อมต่อเนื่องจนกระทบการดำรงชีวิตตามปกติเกิน 7 วัน รับเงินชดเชย 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน
* วาตภัย: รับเงินชดเชยเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงสูงสุด 95,000 บาท รวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
* แผ่นดินไหวและภัยที่เกี่ยวข้อง: รับเงินชดเชยเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมตามความเสียหายจริงสูงสุด 95,000 บาท รวมไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
ทั้งนี้ ความคุ้มครองดังกล่าวไม่รวมเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องตกแต่ง โดยการจ่ายสินไหมเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกรมธรรม์ คุ้มครองชีวิตจากภัยพิบัติ เสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท
สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม ให้ความคุ้มครองคนไทยกรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดจากอุทกภัย วาตภัย หรือแผ่นดินไหว จำนวน 2,000,000 บาทต่อคน โดยจ่ายให้แก่ทายาทโดยธรรม ส่วนกรณีทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงจากอุบัติเหตุที่เกิดจากภัยพิบัติ ได้รับเงินชดเชย 200,000 บาทต่อคน ตามเงื่อนไขกรมธรรม์
กรมธรรม์ทั้งสองประเภทมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570 โดยไม่ครอบคลุมความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนวันเริ่มต้นความคุ้มครอง รวมถึงความเสียหายจากมวลน้ำที่มีอยู่เดิม ทั้งนี้ ประชาชนยังคงได้รับการเยียวยาจากภาครัฐตามปกติ
✅️เปลี่ยนจากการเยียวยาหลังเกิดภัย สู่การบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า
ดร.สมพร กล่าวว่า ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติถือเป็นก้าวสำคัญในการนำกลไกประกันภัยเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารความเสี่ยงระดับประเทศ ช่วยให้ภาครัฐสามารถกำหนดขอบเขตความเสี่ยงที่รัฐรับไว้เองและส่วนที่ถ่ายโอนไปยังระบบประกันภัยได้อย่างชัดเจน ลดความไม่แน่นอนด้านความเสียหายและภาระงบประมาณ พร้อมช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการชดเชยได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ระบบดังกล่าวสร้างประโยชน์ใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ ประชาชนมีหลักประกันล่วงหน้าและลดความไม่แน่นอนในการฟื้นฟูชีวิตและที่อยู่อาศัย ภาครัฐสามารถวางแผนจัดสรรงบประมาณได้อย่างเป็นระบบ และประเทศมีศักยภาพในการรองรับและฟื้นตัวจากภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในวงกว้าง
สำหรับการดำเนินงาน เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจประกันภัย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นหน่วยรับงบประมาณและเบิกจ่ายให้แก่ผู้รับประกันภัย ขณะที่สำนักงาน คปภ. ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยดำเนินการจัดหาผู้รับประกันภัยที่มีมาตรฐานและความมั่นคง เพื่อให้สามารถดูแลประชาชนและจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็วตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
สมาคมประกันวินาศภัยไทยยืนยันความพร้อมของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยในการผนึกกำลังกับภาครัฐ สำนักงาน คปภ. ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำองค์ความรู้ บุคลากร ระบบงาน และประสบการณ์ด้านการบริหารความเสี่ยงมาสนับสนุนตั้งแต่การออกแบบระบบ การรับประกันภัย การประเมินความเสียหาย การจ่ายสินไหม ตลอดจนการบริหารความเสี่ยงผ่านระบบประกันภัยต่อ เพื่อให้ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติเกิดผลเป็นรูปธรรม โปร่งใส และมีประสิทธิภาพในการดูแลประชาชนทั่วประเทศ
![]()














