นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยมุ่งเน้นทั้งการบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วนและการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคหลังน้ำลด เพื่อให้ประชาชนกลับเข้าพักอาศัยได้อย่างปลอดภัย พร้อมมอบหมายการเคหะแห่งชาติประสานความร่วมมือกับหน่วยงานและภาคีเครือข่าย เร่งฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า ภายหลังสถานการณ์น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย การเคหะแห่งชาติได้เร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคที่จำเป็น โดยก่อนหน้านี้ได้ฟื้นฟูระบบปั๊มน้ำในพื้นที่แฟลตเคหะคลองจั่นและชุมชนการเคหะร่มเกล้าให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ ล่าสุดได้ผนึกกำลังกับมูลนิธินายช่างไทยใจอาสาและภาคีเครือข่าย ระดมวิศวกรและช่างไฟฟ้าจิตอาสาตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่ว ไฟฟ้าช็อต และอัคคีภัย พร้อมสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
ระหว่างวันที่ 3–4 ตุลาคม 2569 ทีมจิตอาสากว่า 250 คน จากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา และการเคหะแห่งชาติ ร่วมตรวจสอบและฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในพื้นที่แฟลตคลองจั่น ครอบคลุมอาคาร 30 อาคาร บ้านเรือนและร้านค้า 161 หลัง รวมถึงอาคารภายในสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) อีก 3–4 อาคาร
ต่อมาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ทีมจิตอาสาจาก กฟผ. ลงพื้นที่ชุมชนหลังคาขาว ร่มเกล้า ดูแลบ้านเรือนกว่า 100 หลัง ก่อนขยายภารกิจเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ไปยัง 6 ชุมชนในพื้นที่ร่มเกล้า รวมถึงชุมชนฟื้นนครร่มเกล้า หลังคาเขียว และหลังคาแดง เพื่อฟื้นฟูระบบไฟฟ้าในบ้านเรือนอีก 192 หลัง ซึ่งได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงถึงระดับปลั๊กไฟ โดยมีจิตอาสาจาก กฟผ. กฟน. มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกสมโภชกรุงเทพมหานคร และช่างจากการเคหะแห่งชาติ รวมกว่า 220 คน ร่วมปฏิบัติงาน
นายทวีพงษ์กล่าวชื่นชมความเสียสละของวิศวกรและช่างไฟฟ้าจิตอาสาที่นำความรู้และความเชี่ยวชาญมาช่วยเหลือประชาชน แม้บางคนจะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน ขณะที่การปฏิบัติงานต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังและเส้นทางเข้าชุมชนที่คับแคบ แต่ทุกคนยังคงมุ่งมั่นทำงานด้วยความระมัดระวัง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก
“ในนามการเคหะแห่งชาติ ผมขอขอบคุณมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา วิศวกร ช่างไฟฟ้าจิตอาสา และทุกหน่วยงานที่ร่วมแรงร่วมใจกันฟื้นฟูระบบไฟฟ้า ช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากประชาชนแม้แต่บาทเดียว”
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูชุมชนหลังภัยพิบัติให้เกิดผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยการเคหะแห่งชาติจะเดินหน้าสนับสนุนการฟื้นฟูชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ
ภารกิจครั้งนี้สะท้อนถึงพลังความเสียสละและความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่นำความรู้ความเชี่ยวชาญมาสร้างความปลอดภัย ฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค และส่งต่อกำลังใจให้ประชาชนในพื้นที่คลองจั่นและร่มเกล้าก้าวผ่านวิกฤตน้ำท่วมไปด้วยกัน
![]()














