เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม ผู้แทนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี หลังพบกรณีฝ่าฝืนคำสั่ง ลักลอบขยายเครื่องจักร และประกอบกิจการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต
ระหว่างลงพื้นที่ นายวราวุธได้สำรวจบริเวณโรงงานและกองขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก พร้อมรับฟังรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยแสดงความกังวลต่อสภาพพื้นที่และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับการรุกล้ำพื้นที่ป่าสงวน ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่
นายวราวุธกล่าวว่า จากสภาพที่พบในพื้นที่รู้สึกสลดใจอย่างมาก เนื่องจากมีหลายประเด็นที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย ทั้งการประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตและการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมหาศาล ซึ่งจำเป็นต้องกำจัดอย่างถูกวิธี นอกจากนี้ ยังพบการใช้เศษพลาสติกร่วมกับดินในปริมาณมาก จึงต้องตรวจสอบว่ามีการนำดินดังกล่าวไปใช้ประโยชน์หรือแอบนำไปทิ้งในพื้นที่อื่นหรือไม่
พร้อมกันนี้ ได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าของกิจการยังอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ และหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยเตรียมประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงการยึดทรัพย์หากพบหลักฐานเข้าข่ายความผิด
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมระบุว่า ได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมประสานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศเร่งตรวจสอบโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานประเภท 105 และ 106 ซึ่งปัจจุบันมีเกือบ 3,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อป้องกันการลักลอบประกอบกิจการและการจัดการของเสียที่ไม่เป็นไปตามกฎหมาย
นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมจะบูรณาการการทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดีเอสไอ และ สตม. เพื่อเร่งตรวจสอบโรงงานที่มีความเสี่ยง โดยยืนยันว่าหากพบการกระทำผิดจะดำเนินการอย่างรวดเร็วและเคร่งครัด โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติหรือชื่อเสียงของผู้ประกอบการ
“ผมได้รับคำสั่งโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครหรือนามสกุลอะไร หากทำผิดกฎหมายจะดำเนินการอย่างถึงที่สุด กระทรวงอุตสาหกรรมจะร่วมมือกับทุกหน่วยงานตรวจสอบทุกพื้นที่ เพื่อไม่ให้โรงงานเถื่อนและผู้กระทำผิดสร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยต่อไป” นายวราวุธกล่าว
เร่งตรวจสอบโรงงานน้ำมันรั่ว เยียวยาประชาชนเต็มจำนวน
สำหรับกรณีบริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเกิดคราบน้ำมันรั่วไหลในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม นายวราวุธเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบประเด็นการจัดการกองวัสดุฝังกลบที่อาจไม่เป็นไปตามเงื่อนไข เนื่องจากไม่มีพลาสติกคลุมอย่างครบถ้วน ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 37 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 โดยต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย
ส่วนสาเหตุการรั่วไหลของน้ำมัน เบื้องต้นเกี่ยวข้องกับฝนตกหนักและน้ำท่วมเข้าไปในบริเวณโรงงาน ซึ่งมีถังเก็บน้ำมันที่ปิดไม่มิดชิดเพียงพอ ส่งผลให้น้ำมันรั่วไหลออกมา โดยยืนยันว่าโรงงานดังกล่าวได้รับคำสั่งให้หยุดดำเนินการแล้ว และกระทรวงอุตสาหกรรมจะติดตามอย่างใกล้ชิด หากประชาชนพบการลักลอบกลับมาดำเนินกิจการ สามารถแจ้งหน่วยงานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายได้
ภายหลังน้ำลด จะมีการสำรวจพื้นที่ที่อาจปนเปื้อนร่วมกันระหว่างบริษัท ประชาชน กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรมควบคุมมลพิษ โดยจะเก็บตัวอย่างบริเวณที่พบคราบน้ำมันส่งตรวจสอบ เพื่อให้ผลการตรวจสอบมีความสอดคล้องกัน หากพบว่าความเสียหายเกิดจากการดำเนินงานของบริษัท ผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบเยียวยาประชาชนอย่างเต็มจำนวน พร้อมตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หลังสถานการณ์น้ำลด
จ่อเพิ่มโทษแก้กฎหมายโรงงาน ตัดคะแนนผู้กระทำผิดซ้ำ
นายวราวุธกล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงานว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎร โดยได้มอบหมายให้อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมเสนอเพิ่มมาตรการควบคุมและบทลงโทษให้เข้มงวดขึ้น เนื่องจากเห็นว่าโทษตามกฎหมายปัจจุบันอาจยังไม่เพียงพอในการป้องปรามการกระทำผิด
ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วย การเพิ่มมาตรการทางการเงินเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินการกับทรัพย์สินของผู้ประกอบการที่กระทำผิดได้ตามกฎหมาย และการนำระบบตัดคะแนนมาใช้กับโรงงานที่กระทำผิดซ้ำ โดยหากกระทำผิดครบ 3 ครั้ง จะพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตและห้ามประกอบกิจการอีกตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยืนยันเดินหน้าตรวจสอบโรงงานทั่วประเทศอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการลักลอบจัดการขยะอุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมาย ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน โดยผู้ประกอบการทุกรายต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเท่าเทียม หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานอย่างเด็ดขาด
![]()














