บลจ.กสิกรไทย เปิดตัว 2 ทางเลือกลงทุนผ่านกองทุน ThaiESGX ได้แก่ K-HDThaiESGX-N เน้นหุ้นไทยคุณภาพที่มีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสูง และ K-70ThaiESGX-N ลงทุนผสมหุ้นไทยกับตราสารหนี้เพื่อกระจายความเสี่ยง พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด เริ่มลงทุนได้ตั้งแต่ 500 บาท
นางสาวภารดี มุณีสิทธิ์ CFA ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน (Chief Investment Officer) บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสลงทุนจากบริษัทจดทะเบียนที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง ความสามารถในการทำกำไรดี และมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ บริษัทจึงนำเสนอกองทุน ThaiESGX สองรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ผู้ลงทุนที่มีระดับความเสี่ยงและเป้าหมายการลงทุนแตกต่างกัน
**สำหรับกองทุน K-HDThaiESGX-N** เน้นลงทุนในหุ้นไทยเพื่อความยั่งยืนประมาณ 90-100% โดยคัดเลือกบริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคงและมีประวัติหรือศักยภาพจ่ายเงินปันผลสูงอย่างสม่ำเสมอ ผ่านกลยุทธ์ Positive Screening ควบคู่การนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาประกอบการตัดสินใจลงทุน เหมาะสำหรับผู้ที่รับความผันผวนของตลาดหุ้นได้และมุ่งหวังผลตอบแทนระยะยาว
ขณะที่ **กองทุน K-70ThaiESGX-N** เป็นกองทุนผสมที่ให้น้ำหนักหุ้นไทยเพื่อความยั่งยืนซึ่งมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสูงไม่เกิน 70% และตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนประมาณ 30% โดยเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน และหุ้นกู้เอกชนระดับ Investment Grade เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ในระดับปานกลาง และต้องการกระจายการลงทุนเพื่อลดความผันผวนของพอร์ต
บลจ.กสิกรไทยประเมินว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสจากแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ 5% ในปี 2570 ขณะที่คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลของดัชนี SET อยู่ที่ 3.8% และระดับมูลค่าหุ้นยังน่าสนใจ โดย Forward P/E ในช่วง 12 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 13.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 15.6 เท่า พร้อมคงเป้าหมายดัชนี SET สิ้นปีที่ 1,700 จุด
สำหรับแนวทางบริหารพอร์ต กองทุนทั้งสองมุ่งคัดเลือกหุ้นคุณภาพที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งและมีศักยภาพจ่ายเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด โดยคาดการณ์ Dividend Yield ของพอร์ตอยู่ที่ประมาณ 5.4% และ Forward P/E ที่ 11.9 เท่า ต่ำกว่าดัชนี SET ซึ่งอยู่ที่ 13.5 เท่า ทั้งนี้ โอกาสรับผลตอบแทนและผลการดำเนินงานจริงขึ้นอยู่กับภาวะตลาดและการบริหารกองทุน
ด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี ผู้ลงทุนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุด 300,000 บาท โดยใช้วงเงินเดียวกับกองทุน ThaiESG และต้องถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีแบบวันชนวัน ทั้งนี้ ต้องศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขทางภาษีก่อนลงทุน
ผู้สนใจสามารถลงทุนเริ่มต้น 500 บาท ผ่าน K PLUS, K-My Funds, ธนาคารกสิกรไทย และผู้แทนสนับสนุนการขาย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ KAsset Contact Center โทร. 0 2673 3888 หรือเว็บไซต์ KAsset
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลกองทุน เงื่อนไขการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตไม่สามารถยืนยันผลตอบแทนในอนาคตได้
![]()














