บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) หรือ KAsset จับมือ J.P. Morgan Asset Management จัดงาน Know the Markets Summit 2026 ภายใต้หัวข้อ “The Future of Lifetime Investing: Building Retirement Confidence in an Uncertain World” เปิดมุมมองการลงทุนระดับโลกและแนวโน้มตลาดปี 2027 พร้อมชูแนวคิด Lifetime Investing มุ่งออกแบบพอร์ตลงทุนให้สอดคล้องกับชีวิตที่ยืนยาวขึ้น สร้างความมั่นคงทางการเงินตั้งแต่วัยทำงานจนถึงวัยเกษียณ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และความเสี่ยงจากอายุขัยที่เพิ่มขึ้น
นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า การลงทุนในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการสร้างผลตอบแทนให้ได้สูงที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงการบริหารความมั่งคั่งให้รองรับเป้าหมายทางการเงินในทุกช่วงชีวิต โดยเฉพาะเมื่อผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น แนวคิด Lifetime Investing จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกแบบพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับบทบาทของเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่การสะสมและต่อยอดความมั่งคั่ง การสร้างกระแสรายได้ ไปจนถึงการบริหารเงินหลังเกษียณ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสเติบโต รายได้ และการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว
สำหรับแนวโน้มการลงทุนปี 2027 ภายในงานได้ถ่ายทอดมุมมองผ่านหัวข้อ “2027 Investment Outlook: Investing for a Longer Future” โดยผู้เชี่ยวชาญจาก J.P. Morgan Asset Management และ บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่า แม้ตลาดการลงทุนยังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจและภาคธุรกิจยังมีความยืดหยุ่น โดยคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ในปี 2027 มีแนวโน้มเติบโตประมาณ 15%
อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยกดดันมูลค่าหุ้น (Valuation) ทำให้ราคาหุ้นอาจไม่ได้สะท้อนการเติบโตของกำไรอย่างเต็มที่ ผู้ลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการสร้างกำไรของบริษัท ควบคู่กับการติดตามทิศทางเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในตลาดได้อย่างเหมาะสม
ขณะที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว แต่โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรือธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น หากยังขยายไปสู่ธุรกิจที่นำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคธนาคาร ค้าปลีก และการแพทย์
ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ผู้ลงทุนต้องติดตาม คือความสามารถของธุรกิจในการเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนด้าน AI จำนวนมหาศาลให้กลายเป็นรายได้ กำไร และกระแสเงินสดที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนเงินทุนปรับตัวสูงขึ้น การคัดเลือกบริษัทที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI ได้จริง จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนในระยะต่อไป
นอกจากการแสวงหาโอกาสเติบโตแล้ว การสร้างพอร์ตลงทุนให้แข็งแกร่งยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยนำเสนอแนวคิด “PLUS Your Wealth: Building a Stronger Core for an Uncertain World” มุ่งสร้าง Core Portfolio ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน ผ่านการจัดสรรสินทรัพย์ให้แต่ละประเภทมีบทบาทสนับสนุนซึ่งกันและกัน
โดยหุ้นทำหน้าที่สร้างโอกาสการเติบโตของเงินลงทุน ตราสารหนี้คุณภาพดีระยะสั้นถึงปานกลางช่วยสร้างรายได้ระหว่างการลงทุนและลดความอ่อนไหวต่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ส่วนตราสารหนี้ระยะยาวมีบทบาทในการรองรับความเสี่ยงเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่สินทรัพย์ประเภทอื่นสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ได้ การจัดพอร์ตอย่างเหมาะสมจึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดการพึ่งพาสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือความท้าทายด้านการวางแผนเกษียณ หรือ Longevity Risk ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงที่เงินออมและเงินลงทุนจะหมดลงก่อนสิ้นอายุขัย โดยข้อมูลที่นำเสนอภายในงานระบุว่า คนไทยที่มีอายุ 60 ปี ยังมีอายุคาดเฉลี่ยอีกประมาณ 22 ปี สะท้อนว่าช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ และต้องเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามวัย
นายวินกล่าวว่า “โจทย์การวางแผนเกษียณกำลังเปลี่ยนไปตามอายุที่ยืนยาวขึ้น การวางแผนจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการสะสมเงินให้ได้ตามเป้าหมาย แต่ต้องบริหาร Wealthspan ให้สอดคล้องกับ Lifespan โดยเปลี่ยนบทบาทของเงินจากการสร้างความมั่งคั่งในวัยทำงาน ไปสู่การสร้างกระแสรายได้ บริหารความเสี่ยง และเปิดโอกาสให้เงินลงทุนเติบโตต่อหลังเกษียณ เพื่อให้ความมั่งคั่งสามารถรองรับการใช้ชีวิตและเป้าหมายที่เปลี่ยนไปตลอดช่วงชีวิต”
ทั้งนี้ งาน Know the Markets Summit 2026 สะท้อนความร่วมมือระหว่าง บลจ.กสิกรไทย และ J.P. Morgan Asset Management ในการผสานความเข้าใจเป้าหมายและบริบทของผู้ลงทุนไทยเข้ากับมุมมองและความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลก เพื่อสนับสนุนให้ผู้ลงทุนสามารถนำข้อมูลตลาดและโอกาสการลงทุนมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบพอร์ตให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่การสร้างความมั่งคั่งไปจนถึงการบริหารเงินหลังเกษียณ ภายใต้แนวคิด Lifetime Investing ที่มุ่งเตรียมความพร้อมทางการเงินให้สอดรับกับชีวิตที่ยืนยาวขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุน
![]()














