Thursday, November 5, 2026
9-PRU
previous arrow
next arrow
HomeFINANCIAL การเงินKAsset ผนึก JPMAM เปิดมุมมองลงทุนปี 2027 ชู Lifetime Investing รับมือชีวิตยืนยาว สร้างพอร์ตมั่นคงระยะยาว

KAsset ผนึก JPMAM เปิดมุมมองลงทุนปี 2027 ชู Lifetime Investing รับมือชีวิตยืนยาว สร้างพอร์ตมั่นคงระยะยาว

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (บลจ.กสิกรไทย) หรือ KAsset จับมือ J.P. Morgan Asset Management จัดงาน Know the Markets Summit 2026 ภายใต้หัวข้อ “The Future of Lifetime Investing: Building Retirement Confidence in an Uncertain World” เปิดมุมมองการลงทุนระดับโลกและแนวโน้มตลาดปี 2027 พร้อมชูแนวคิด Lifetime Investing มุ่งออกแบบพอร์ตลงทุนให้สอดคล้องกับชีวิตที่ยืนยาวขึ้น สร้างความมั่นคงทางการเงินตั้งแต่วัยทำงานจนถึงวัยเกษียณ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และความเสี่ยงจากอายุขัยที่เพิ่มขึ้น

นายวิน พรหมแพทย์, CFA ประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า การลงทุนในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการสร้างผลตอบแทนให้ได้สูงที่สุด แต่ต้องคำนึงถึงการบริหารความมั่งคั่งให้รองรับเป้าหมายทางการเงินในทุกช่วงชีวิต โดยเฉพาะเมื่อผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น แนวคิด Lifetime Investing จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในการออกแบบพอร์ตลงทุนให้เหมาะสมกับบทบาทของเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่การสะสมและต่อยอดความมั่งคั่ง การสร้างกระแสรายได้ ไปจนถึงการบริหารเงินหลังเกษียณ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างโอกาสเติบโต รายได้ และการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว

สำหรับแนวโน้มการลงทุนปี 2027 ภายในงานได้ถ่ายทอดมุมมองผ่านหัวข้อ “2027 Investment Outlook: Investing for a Longer Future” โดยผู้เชี่ยวชาญจาก J.P. Morgan Asset Management และ บลจ.กสิกรไทย ประเมินว่า แม้ตลาดการลงทุนยังเผชิญความท้าทายจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง แต่เศรษฐกิจและภาคธุรกิจยังมีความยืดหยุ่น โดยคาดการณ์ว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐฯ ในปี 2027 มีแนวโน้มเติบโตประมาณ 15%

อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) ที่อยู่ในระดับสูงยังเป็นปัจจัยกดดันมูลค่าหุ้น (Valuation) ทำให้ราคาหุ้นอาจไม่ได้สะท้อนการเติบโตของกำไรอย่างเต็มที่ ผู้ลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานและศักยภาพในการสร้างกำไรของบริษัท ควบคู่กับการติดตามทิศทางเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในตลาดได้อย่างเหมาะสม

ขณะที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว แต่โอกาสไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้ผลิตเซมิคอนดักเตอร์หรือธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานเท่านั้น หากยังขยายไปสู่ธุรกิจที่นำ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคธนาคาร ค้าปลีก และการแพทย์

ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญที่ผู้ลงทุนต้องติดตาม คือความสามารถของธุรกิจในการเปลี่ยนเม็ดเงินลงทุนด้าน AI จำนวนมหาศาลให้กลายเป็นรายได้ กำไร และกระแสเงินสดที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนเงินทุนปรับตัวสูงขึ้น การคัดเลือกบริษัทที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI ได้จริง จึงเป็นหัวใจสำคัญของการลงทุนในระยะต่อไป

นอกจากการแสวงหาโอกาสเติบโตแล้ว การสร้างพอร์ตลงทุนให้แข็งแกร่งยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยนำเสนอแนวคิด “PLUS Your Wealth: Building a Stronger Core for an Uncertain World” มุ่งสร้าง Core Portfolio ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถรับมือกับสภาวะตลาดที่แตกต่างกัน ผ่านการจัดสรรสินทรัพย์ให้แต่ละประเภทมีบทบาทสนับสนุนซึ่งกันและกัน

โดยหุ้นทำหน้าที่สร้างโอกาสการเติบโตของเงินลงทุน ตราสารหนี้คุณภาพดีระยะสั้นถึงปานกลางช่วยสร้างรายได้ระหว่างการลงทุนและลดความอ่อนไหวต่อความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย ส่วนตราสารหนี้ระยะยาวมีบทบาทในการรองรับความเสี่ยงเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่สินทรัพย์ประเภทอื่นสามารถช่วยกระจายความเสี่ยงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ได้ การจัดพอร์ตอย่างเหมาะสมจึงช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดการพึ่งพาสินทรัพย์ประเภทใดประเภทหนึ่งมากเกินไป

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือความท้าทายด้านการวางแผนเกษียณ หรือ Longevity Risk ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงที่เงินออมและเงินลงทุนจะหมดลงก่อนสิ้นอายุขัย โดยข้อมูลที่นำเสนอภายในงานระบุว่า คนไทยที่มีอายุ 60 ปี ยังมีอายุคาดเฉลี่ยอีกประมาณ 22 ปี สะท้อนว่าช่วงชีวิตหลังเกษียณอาจยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ และต้องเผชิญแรงกดดันจากเงินเฟ้อ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามวัย

นายวินกล่าวว่า “โจทย์การวางแผนเกษียณกำลังเปลี่ยนไปตามอายุที่ยืนยาวขึ้น การวางแผนจึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการสะสมเงินให้ได้ตามเป้าหมาย แต่ต้องบริหาร Wealthspan ให้สอดคล้องกับ Lifespan โดยเปลี่ยนบทบาทของเงินจากการสร้างความมั่งคั่งในวัยทำงาน ไปสู่การสร้างกระแสรายได้ บริหารความเสี่ยง และเปิดโอกาสให้เงินลงทุนเติบโตต่อหลังเกษียณ เพื่อให้ความมั่งคั่งสามารถรองรับการใช้ชีวิตและเป้าหมายที่เปลี่ยนไปตลอดช่วงชีวิต”

ทั้งนี้ งาน Know the Markets Summit 2026 สะท้อนความร่วมมือระหว่าง บลจ.กสิกรไทย และ J.P. Morgan Asset Management ในการผสานความเข้าใจเป้าหมายและบริบทของผู้ลงทุนไทยเข้ากับมุมมองและความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับโลก เพื่อสนับสนุนให้ผู้ลงทุนสามารถนำข้อมูลตลาดและโอกาสการลงทุนมาประยุกต์ใช้ในการออกแบบพอร์ตให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย ตั้งแต่การสร้างความมั่งคั่งไปจนถึงการบริหารเงินหลังเกษียณ ภายใต้แนวคิด Lifetime Investing ที่มุ่งเตรียมความพร้อมทางการเงินให้สอดรับกับชีวิตที่ยืนยาวขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ผู้ลงทุนโปรดทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน และขอคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้แนะนำการลงทุน

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า