ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางปัจจัยเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กลับเดินหน้าเต็มกำลังด้วยการ ทุ่มงบลงทุน 46,000 ล้านบาท เตรียมเปิดตัว 36 โครงการใหม่ ครอบคลุมทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม พร้อมรุกตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะ ออสเตรเลีย ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
กลยุทธ์สำคัญของศุภาลัยในปีนี้ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการขยายโครงการในประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสร้างฐานธุรกิจในระดับสากล ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว
แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568: ศุภาลัยปรับแผนรับความท้าทาย
ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหารของศุภาลัย ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่ชะลอลง เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักที่ต้องจับตามอง ได้แก่
1. อัตราดอกเบี้ยที่ยังทรงตัวในระดับสูง: ส่งผลให้ต้นทุนการกู้ซื้อบ้านของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น และทำให้การตัดสินใจซื้อช้าลง
2. มาตรการปล่อยสินเชื่อของธนาคารที่ยังเข้มงวด: แม้ภาครัฐจะพยายามกระตุ้นตลาด แต่สถาบันการเงินยังคงเคร่งครัดในการปล่อยสินเชื่อ
3. พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป: ลูกค้าให้ความสำคัญกับที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์แนวคิดสีเขียว (Green Living) และความยั่งยืนมากขึ้น
4. การขยายตัวของเมืองรอง: ทำเลนอกกรุงเทพฯ กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย
แม้ว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นความท้าทาย แต่ศุภาลัยมองว่ายังมีโอกาสที่สามารถใช้เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต โดยเฉพาะ ตลาดนักลงทุนต่างชาติ ที่ให้ความสนใจอสังหาริมทรัพย์ไทยมากขึ้น
กลยุทธ์หลัก: เปิด 36 โครงการใหม่ ครอบคลุม 30 จังหวัด
ในปีนี้ ศุภาลัยตั้งเป้ายอดขาย 32,000 ล้านบาท และคาดว่ารายได้จะอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัว 36 โครงการใหม่ แบ่งเป็น
โครงการแนวราบ 28 โครงการ
คอนโดมิเนียม 8 โครงการ
ศุภาลัยยังขยายทำเลการพัฒนาโครงการไปยัง 30 จังหวัด โดยเพิ่มพื้นที่ใหม่ เช่น ลพบุรี สุพรรณบุรี และเกาะสมุย ซึ่งถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูงสำหรับการลงทุนในอนาคต
ไฮไลต์โครงการใหม่ที่ต้องจับตา
หนึ่งในโครงการเด่นที่เตรียมเปิดตัวในไตรมาสแรกของปีนี้คือ
“ศุภาลัย พรีมา วิลล่า ถนนอุทยาน” บ้านเดี่ยวซีรีส์ใหม่ “Romantic Charm” ที่ออกแบบให้มีความทันสมัย หรูหรา และใกล้ชิดธรรมชาติ ตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพใกล้กรุงเทพฯ ในราคาเริ่มต้น 17.9 ล้านบาท พร้อมเปิดขาย 8-9 กุมภาพันธ์นี้
บุกตลาดต่างประเทศ ขยายฐานสู่ “Multi-National Company”
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของศุภาลัยในปี 2568 คือการขยายการลงทุนในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะใน ออสเตรเลีย ซึ่งปัจจุบันศุภาลัยมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลียแล้ว 24 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 185,500 ล้านบาท โดยใช้เงินลงทุนของบริษัทกว่า 22,300 ล้านบาท
ปี 2567 ศุภาลัยทำยอดขายในออสเตรเลียเติบโตขึ้น 49% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าในปี 2568 อัตราการเติบโตอาจพุ่งสูงถึง 100% ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการขยายฐานรายได้ของบริษัทจากต่างประเทศ
การลงทุนในออสเตรเลียยังช่วยให้ศุภาลัยลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ และสร้างรายได้ที่มั่นคงจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระดับโลก
การบริหารความเสี่ยงทางการเงิน: จุดแข็งที่ทำให้ศุภาลัยเติบโตอย่างมั่นคง
ศุภาลัยยังคงเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่งที่สุดในอุตสาหกรรม ปัจจุบันบริษัทมี สินทรัพย์รวม 97,876 ล้านบาท และมีทุนหรือส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 52,929 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพียง 0.85 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ยของอุตสาหกรรม
บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรจาก ทริสเรทติ้งที่ระดับ A ต่อเนื่อง 11 ปี ซึ่งสะท้อนถึงความมั่นคงทางการเงิน และความสามารถในการเติบโตในระยะยาว
กลยุทธ์เชิงรุกด้านการตลาดและนวัตกรรม
ศุภาลัยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก ด้วยกลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
1. ใช้ AI และ Big Data ในการวิเคราะห์ตลาด: เพื่อนำเสนอสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด
2. พัฒนา Smart Village: ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยด้วยเทคโนโลยี IoT
3. มุ่งสู่ Green Procurement: คัดเลือกวัสดุก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
4. เพิ่มการรับประกันคุณภาพบ้าน: ขยายระยะเวลารับประกันโครงสร้างจาก 5 ปีเป็น 10 ปี และส่วนควบจาก 1 ปีเป็น 3 ปี
ศุภาลัยปี 2568: ความท้าทายและโอกาส
แม้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2568 จะต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะดอกเบี้ยสูงและภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน แต่ด้วยกลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกของศุภาลัย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ บวกกับสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้บริษัทมีความพร้อมที่จะเติบโตในระยะยาว
ศุภาลัยยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการคุณภาพ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย นวัตกรรมและความยั่งยืน เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ และเสริมความแข็งแกร่งในตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ