กรุงเทพฯ (16 เม.ย. 2569) – Agoda เผยเทรนด์การท่องเที่ยวล่าสุดผ่านรายงาน Agoda Travel Outlook 2026 ชี้ชัดว่า “Gen Z ไทย” กำลังพลิกพฤติกรรมการเดินทางครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นทริปยาว กลายเป็น “ทริปสั้นแต่บ่อย” เพื่อรีชาร์จพลังชีวิตและดูแลสุขภาพจิต ท่ามกลางข้อจำกัดด้านเวลาและงบประมาณ
ข้อมูลสะท้อนว่า การเดินทางของคนรุ่นใหม่ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็น “เครื่องมือจัดสมดุลชีวิต” โดย 77% ของ Gen Z ไทยระบุว่า เป้าหมายหลักของการเดินทางคือ “การพักผ่อน” เพียงอย่างเดียว เพื่อหลีกหนีความเครียดจากชีวิตประจำวัน
“ทริปสั้น 1–3 วัน” มาแรง กลายเป็น New Normal ของการเที่ยว แนวโน้มสำคัญคือการเลือกเดินทางระยะสั้น โดยกว่า 65% ของ Gen Z ไทยนิยมทริป 1–3 วัน และ 62% มีแผนเดินทาง 1–3 ครั้งในปี 2569 สะท้อนพฤติกรรม “เที่ยวบ่อย วางแผนง่าย” ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
โมเดลการท่องเที่ยวลักษณะนี้กำลังเข้ามาแทนที่การรอวันหยุดยาวแบบเดิม เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถ “แทรกทริป” ลงในตารางชีวิตได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งงาน การเรียน และชีวิตส่วนตัว
อีกมิติที่น่าสนใจคือ “การเดินทางเชิงความสัมพันธ์” โดย 44% ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือกเดินทางกับ “คนรัก/คู่สมรส” มากขึ้น สะท้อนเทรนด์การสร้างประสบการณ์ร่วมในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่มีคุณค่า
คุ้มค่า = คีย์เวิร์ดหลักของ Gen Z แม้จะเดินทางบ่อยขึ้น แต่ “งบประมาณ” ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ โดย
72% ใช้งบเป็นปัจจัยหลักในการเลือกจุดหมาย
57% ให้ความสำคัญกับ “ราคาที่พัก” เป็นอันดับแรก
34% เลือกเที่ยว “เมืองรอง/โลเคชันใหม่” หากช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
แนวคิด “เที่ยวให้คุ้ม” จึงไม่ได้หมายถึงราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่คือ “ความสมดุลระหว่างราคา-ประสบการณ์-ความถี่ในการเดินทาง”
นางสาวอรรคพร รอดคง ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยและอินโดจีนของ Agoda ระบุว่า Gen Z ไทยกำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ด้วยพฤติกรรมที่เน้น “เป้าหมายชัด เที่ยวถี่ และคุ้มค่า” โดยแพลตฟอร์มได้พัฒนาตัวเลือกที่พัก เที่ยวบิน และกิจกรรม เพื่อตอบโจทย์ทุกระดับงบประมาณ
ปัจจุบัน Agoda มีฐานข้อมูลที่พักกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางบินมากกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมมากกว่า 300,000 รายการ รองรับการวางแผนท่องเที่ยวแบบ “จองครบในที่เดียว” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่
วิเคราะห์: เทรนด์นี้กำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดท่องเที่ยว การเติบโตของ “Micro Travel” หรือทริปสั้น อาจส่งผลต่อทั้งผู้ประกอบการโรงแรม สายการบิน และธุรกิจท่องเที่ยว ให้ต้องปรับกลยุทธ์สู่แพ็กเกจระยะสั้น ราคายืดหยุ่น และประสบการณ์เฉพาะบุคคลมากขึ้น
ขณะที่ “เมืองรอง” และจุดหมายใหม่ ๆ มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากดีมานด์ที่กระจายตัว ไม่กระจุกในแหล่งท่องเที่ยวหลักเหมือนอดีต
![]()













