กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ชูวิสัยทัศน์ “ดิจิทัล-AI” ทรานส์ฟอร์มองค์กร ยกระดับงานสอบบัญชี–บริการประชาชน สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินอย่างยั่งยืน
นางสาวบุญรัตน์ อาจหาญรณฤทธิ์ รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมตรวจบัญชีสหกรณ์เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนาองค์กรสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับการกำกับดูแลภาคสหกรณ์ และพัฒนาการให้บริการประชาชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับสมาชิกสหกรณ์ เกษตรกร และประชาชนทั่วประเทศ
กรมฯ ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ การยกระดับเทคโนโลยีด้านการสอบบัญชี โดยเตรียมนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และตรวจสอบข้อมูลทางบัญชีในปีงบประมาณ 2570 เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และรองรับการดำเนินงานของภาคสหกรณ์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
ด้านการกำกับดูแลภาคสหกรณ์ กรมฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาระบบประมวลผลธุรกิจหลักของสหกรณ์แบบเรียลไทม์ (Real-time Core Business Processing) พร้อมวางแผนจัดตั้งศูนย์ข้อมูลทางการเงิน (Financial Information Center) แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวิเคราะห์สถานการณ์และกำหนดนโยบายระดับประเทศ
ขณะที่การให้บริการประชาชน กรมฯ ได้ร่วมมือกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ พัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ด้านการเงินและการบัญชีสำหรับสหกรณ์ สมาชิก และเกษตรกร เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะทางการเงินอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ยังได้ต่อยอดแอปพลิเคชัน SmartMe ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานมากกว่า 239,000 ราย สู่ “SmartMe Plus” แอปพลิเคชันบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลที่เพิ่มความสามารถในการบันทึกบัญชีครัวเรือนและต้นทุนประกอบอาชีพ ผ่านระบบบันทึกข้อมูลด้วยเสียง (Voice Recording) การวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน Dashboard และการวางแผนงบประมาณรายจ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
ในอนาคต กรมฯ มีแผนพัฒนา SmartMe Plus สู่ระบบ AI on Cloud ที่สามารถวิเคราะห์รายรับรายจ่าย ประเมินสุขภาพทางการเงินแบบเรียลไทม์ และให้คำแนะนำด้านการบริหารหนี้สิน เพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ กรมฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลทางการเงินและข้อมูลส่วนบุคคล โดยใช้มาตรการด้าน Data Security ที่ได้มาตรฐาน ทั้งการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) การติดตั้งระบบ Firewall การปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) การบริหารความเสี่ยงและจัดทำแผนสำรองข้อมูล รวมถึงการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านความปลอดภัยไซเบอร์ให้กับบุคลากร สหกรณ์ และประชาชน
สำหรับการพัฒนาศักยภาพบุคลากร กรมฯ ได้ผลักดันโครงการ “Smart Auditor” เพื่อเสริมทักษะดิจิทัลให้กับผู้สอบบัญชี โดยนำเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีคลาวด์มาช่วยตรวจจับความผิดปกติ ลดระยะเวลาการทำงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบบัญชี
นอกจากนี้ กรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลสู่สาธารณะ โดยนำเทคโนโลยี AI มาช่วยติดตามความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากประชาชนผ่านระบบ Social Listening เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับเครือข่ายหน่วยงานใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าใจง่าย
![]()















