กรุงเทพฯ – 5 พฤษภาคม 2569 – ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU โชว์ผลงานไตรมาส 1 ปี 2569 แข็งแกร่ง ท่ามกลางความผันผวนเศรษฐกิจโลก โดยทำยอดขายรวม 32,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 29% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,113 ล้านบาท เติบโต 9.2%
แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และต้นทุนภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แต่บริษัทสามารถขับเคลื่อนการเติบโตได้จากกลยุทธ์ปรับราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็ง หากไม่รวมผลกระทบค่าเงิน ยอดขายจะเติบโตถึง 9.3%
ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ผลประกอบการสะท้อนความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ราคา โครงสร้างผลิตภัณฑ์ และความสามารถในการบริหารต้นทุน รวมถึงการปรับตัวต่อปัจจัยท้าทายรอบด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้านกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 5,825 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 18.2% ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.29 บาท เพิ่มขึ้น 18% จากจำนวนหุ้นที่ลดลงหลังโครงการซื้อหุ้นคืน
ธุรกิจเด่นหนุนโต
กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare) โตแรง 22.6% ยอดขาย 5,115 ล้านบาท จากดีมานด์ในสหรัฐฯ-ยุโรป
อาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen) โต 11.6% ยอดขาย 9,420 ล้านบาท
อาหารทะเลแปรรูป (Ambient) โต 2.5% ยอดขาย 15,136 ล้านบาท
กลุ่มสินค้าเพิ่มมูลค่า ลดลง 1.2% เหลือ 2,383 ล้านบาท
แนวโน้มปี 2569 ยังโตต่อ บริษัทคงเป้ารายได้ทั้งปีโต 3–4% อัตรากำไรขั้นต้น 19–20% และสัดส่วน SG&A ต่อรายได้ 13.5–14.5% พร้อมย้ำจ่ายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไร
ผู้บริหารย้ำว่า ไทยยูเนี่ยนยังเดินหน้ากลยุทธ์ทรานส์ฟอร์เมชันต่อเนื่อง ใช้เครือข่ายการผลิตและจัดหาวัตถุดิบระดับโลก เพื่อรักษาความยืดหยุ่นและรับมือความไม่แน่นอนในตลาดโลก
![]()













