เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 สำหรับ Knockout Energy Drink เครื่องดื่มชูกำลังสัญชาติไทย 100% ภายใต้การผลิตของ [The Smith Food International](https://www.thesmithfood.com?utm_source=chatgpt.com) ที่ประกาศชัดกับคอนเซปต์ “หมัดเด็ด คนสู้ชีวิต” พร้อมดึง แสนชัย ยอดมวยไทยระดับตำนาน ร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก หวังปักธงสินค้าไทยในตลาดสากล
บริษัทตั้งเป้าบุกตลาดต่างประเทศมากกว่า 20 ประเทศภายใน 1 ปี โดยเน้นกลุ่มประเทศที่นิยมกีฬาการต่อสู้ (Fighting Sports) ทั้งมวยไทย ยูโด และเทควันโด รวมถึงตลาดหลักอย่างยุโรปและอเมริกา ซึ่งบริษัทมีเครือข่ายการส่งออกแข็งแกร่งมายาวนานกว่า 25 ปี
“แสนชัย” จากตำนานมวยไทย สู่พลังขับเคลื่อนแบรนด์ไทย
การดึง แสนชัย มาร่วมงานครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงบทบาทพรีเซนเตอร์ แต่เป็นการสร้าง “Brand Value” ให้กับสินค้าไทย ผ่านชื่อเสียงของนักมวยระดับโลกที่ยังคงเดินสายโชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้แนวคิด “หมัดเด็ด คนสู้ชีวิต” แสนชัยจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนสะท้อนจิตวิญญาณนักสู้ พร้อมนำทั้งวัฒนธรรมมวยไทยและเครื่องดื่ม Knockout ไปให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้สัมผัส โดยเฉพาะในกลุ่มคนรักกีฬาและสายแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์
บริษัทระบุว่า แสนชัยถือเป็น “คนในครอบครัว” ที่จะร่วมผลักดันแบรนด์ไทยให้เติบโตในตลาดโลกอย่างจริงจัง
ชูมาตรฐาน Export Grade – ผ่าน FDA สหรัฐฯ
Knockout Energy Drink ผลิตด้วยมาตรฐานระดับส่งออก (Export Grade) เช่นเดียวกับสินค้าหลักของบริษัทที่จำหน่ายในต่างประเทศมานานหลายสิบปี และผ่านมาตรฐาน FDA ของสหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทั่วโลก
ปัจจุบัน The Smith Food International ถือเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกวัตถุดิบและเครื่องปรุงรสรายสำคัญของไทย โดยเฉพาะ “พริก” ที่มียอดส่งออกสูงถึง 40–50 ล้านกิโลกรัมต่อปี และมีสินค้าบางรายการติดอันดับ Top 5 Best Seller ในสหรัฐอเมริกา
แตกไลน์ “จิ้มแจ่มไทยแลนด์” ดันสินค้าแซ่บไทยโกอินเตอร์
นอกจากเครื่องดื่ม Knockout แล้ว บริษัทยังเปิดตัวแบรนด์อาหารแปรรูป “Jim Jam Thailand” หรือ “จิ้มแจ่มไทยแลนด์” ภายใต้แนวคิด “แจ่มทุกครั้งที่จิ้ม” โดยนำสินค้าเกรดส่งออกกลับมาทำตลาดในประเทศไทย
สินค้าชูโรงคือ “พริกทอดในน้ำมันรำข้าว” ที่มีทั้งสูตรเผ็ดแซ่บและเผ็ดน้อย รวมถึงพริกดองไซส์ยักษ์และเครื่องดื่มสมุนไพรสกัดจากพริก โดยบริษัทตั้งเป้ายอดขายรวมของทั้ง 2 แบรนด์ไว้ที่ 500 ล้านบาทในปีแรก
หนุนเกษตรกรไทยกว่า 20,000 ครอบครัว
อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญ คือแนวคิดการคืนกำไรสู่สังคม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะถูกนำไปสนับสนุนการศึกษาเด็ก ผู้ต้องขัง และวงการนักมวยไทย
ขณะเดียวกัน บริษัทยังทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกพริกกว่า 20,000 ครอบครัว ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 20,000 ไร่ พร้อมรับซื้อผลผลิตในราคาที่เป็นธรรมต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี
ด้านแผนกระจายสินค้าในประเทศ บริษัทเตรียมรุกทั้งช่องทางพันธมิตร การขายตรงผ่านออนไลน์ รวมถึงการวางสินค้าใน “แท็กซี่กว่า 40,000 คัน” ทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวมากขึ้น
![]()














