วช. จับมือมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมาและเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกาศความพร้อมจัด “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค (Regional Research Expo) ครั้งที่ 14” ภายใต้แนวคิด “Research Synergy : พลังวิจัย ภูมิปัญญาอีสาน เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ขนทัพกว่า 150 ผลงาน ครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ มุ่งเชื่อมองค์ความรู้–ภูมิปัญญาท้องถิ่น–เทคโนโลยี สู่การใช้ประโยชน์จริง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
วันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมการจัดงาน “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค (Regional Research Expo) ครั้งที่ 14” ภายใต้แนวคิด “Research Synergy : พลังวิจัย ภูมิปัญญาอีสาน เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” ณ ห้องประชุมสระบัว มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
งานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวต้อนรับ โดยมีเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ รศ.ดร.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ (ทปอ.มรภ.) ผศ.ดร.ณัฐวัฒม์ วงษ์ชวลิตกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล และ ผศ.ดร.ระบิล พ้นภัย รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ร่วมประกาศความร่วมมือ
นอกจากนี้ ผศ.ดร.วาสนา ภานุรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ได้นำเสนอแนวคิดและกิจกรรมเด่นของการจัดงาน ซึ่งเตรียมเปิดพื้นที่ให้ภาควิชาการ นักวิจัย เยาวชน ชุมชน และประชาชน ได้เข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถนำไปต่อยอดและใช้ประโยชน์ได้จริง
วช. ชู “Research Synergy” รวมพลังวิจัยแก้โจทย์พื้นที่
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาคเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในระบบวิจัย เพื่อขยายผลความสำเร็จและส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ส่วนภูมิภาค
การจัดงานครั้งที่ 14 จึงไม่ได้มุ่งเพียงการนำเสนอหรือจัดแสดงผลงานวิจัย แต่ต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของหน่วยงานและเครือข่ายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในการบูรณาการองค์ความรู้จาก งานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาและตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่
พร้อมกันนี้ ยังมุ่งต่อยอดผลงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จให้สามารถสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมท้องถิ่น ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดย วช. เชื่อมั่นว่าการรวมพลังของเครือข่ายจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม นำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
โคราชพร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมงานวิจัยสู่การพัฒนาภูมิภาค
ด้าน นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาคถือเป็นเวทีสำคัญในการเผยแพร่และถ่ายทอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานภาคีเครือข่าย พร้อมสร้างพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเชื่อมโยงความร่วมมือ เพื่อผลักดันผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาค
จังหวัดนครราชสีมามีศักยภาพและความพร้อมในหลายด้าน รวมถึงมีสถาบันอุดมศึกษาที่มีบทบาทในการสร้างองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์พื้นที่ การจัดงานครั้งนี้จึงจะช่วยเชื่อมโยงพลังขององค์ความรู้จากภูมิภาคไปสู่การสร้างคุณค่าและโอกาสใหม่ พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
รวมเครือข่ายอุดมศึกษาอีสาน โชว์นวัตกรรมจากภูมิปัญญาถึงเทคโนโลยีเตือนภัย
ภายในงานแถลงข่าว เครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือร่วมประกาศความร่วมมือภายใต้แนวคิด “Research Synergy : พลังวิจัย ภูมิปัญญาอีสาน เชื่อมต่ออนาคตไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม” สะท้อนการรวมพลังของมหาวิทยาลัยและเครือข่ายวิจัยในการนำองค์ความรู้ไปตอบโจทย์พื้นที่
พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดแสดงตัวอย่างผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่น อาทิ เทคโนโลยีการผลิตและแปรรูปข้าวหอมมะลิระยะเม่าเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และผลงานนำ ภาษาโคราช มาสร้างแรงบันดาลใจในการออกแบบคาแรคเตอร์อาร์ตทอยด้วยวัสดุหัตถกรรมงานหล่อหินทรายจากภูมิปัญญาบ้านหนองโสน ของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา
รวมถึงผลงาน ประติมากรรมเซรามิกร่วมสมัยจากผงหินภูเขาไฟจังหวัดบุรีรัมย์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, ตู้อบแห้งทรงกระบอกแบบถาดหมุนระบบหมุนเวียนอากาศร้อน สำหรับเพิ่มประสิทธิภาพการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จากมหาวิทยาลัยวงษ์ชวลิตกุล และ อุปกรณ์วัดระดับน้ำท่าน้ำฝนอัตโนมัติเพื่อการเตือนภัยน้ำท่วมระดับเมืองในเขตเทศบาลเมืองชัยภูมิ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ
ผลงานเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของงานวิจัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่การเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร การต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีรับมือภัยพิบัติและยกระดับคุณภาพชีวิต
20–22 ส.ค. ขนกว่า 150 ผลงานวิจัย–นวัตกรรม เปิดพื้นที่ 5 ประเด็นใหญ่
สำหรับ “มหกรรมงานวิจัยส่วนภูมิภาค (Regional Research Expo) ครั้งที่ 14” กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569 ณ หอประชุมราชภัฏรังสฤษฏ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยเตรียมรวบรวมผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า 150 ผลงาน จากเครือข่ายทั่วภูมิภาค
เนื้อหาครอบคลุม 5 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ เกษตรและอาหารแห่งอนาคต, การจัดการและพัฒนาพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม, สุขภาพ ชีวการแพทย์และ Well-being, การพัฒนาดิจิทัล เทคโนโลยีและนวัตกรรม และสังคม วัฒนธรรมและเศรษฐกิจฐานราก
ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรม ทั้งนิทรรศการเทิดพระเกียรติ การประชุมวิชาการ การเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากนักประดิษฐ์ นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญ การถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชน การประกวดผลงานวิจัยและโครงงานวิทยาศาสตร์ของเยาวชน ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมการนำนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้จริงในพื้นที่
วช. จึงขอเชิญชวน นักวิจัย นักวิชาการ นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบการ ชุมชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงาน เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำพลังของงานวิจัยและนวัตกรรมจากภูมิภาคไปสู่การใช้ประโยชน์จริง และเชื่อมต่อการพัฒนาท้องถิ่นสู่อนาคตของประเทศ
![]()













