BAM เดินหน้าปรับบทบาทบริหารหนี้ยุคใหม่ จาก “ผู้รับโอนหนี้” สู่ “Resolution Platform” ชูแนวคิด “Early Intervention” ดูแลลูกหนี้ตั้งแต่เริ่มเห็นสัญญาณความเสี่ยง พร้อมผลักดันโมเดล “โรงพยาบาลแก้หนี้” มุ่งวิเคราะห์ปัญหาเป็นรายกรณี ออกแบบทางออกที่เหมาะสม เพื่อให้ลูกหนี้กลับมายืนได้ ธุรกิจเดินหน้าต่อ และสินทรัพย์กลับมาสร้างมูลค่าในระบบเศรษฐกิจ
นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ถ่ายทอดมุมมองในหัวข้อ “นโยบายการบริหารจัดการหนี้ด้อยคุณภาพของประเทศไทย” ในโครงการอบรมการไกล่เกลี่ยข้อพิพาททางการเงิน เสริมทักษะสู่การแก้ปัญหาอย่างมืออาชีพ รุ่นที่ 2 จัดโดยมูลนิธิสถาบันศึกษาและพัฒนาการจัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ร่วมกับบริษัท ไทยเมดิเอชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด โดยมีนักวิชาการ นักไกล่เกลี่ย และผู้พิพากษาเข้าร่วม
นางทองอไรระบุว่า การแก้ไขปัญหาหนี้ไม่ควรรอจนลูกหนี้กลายเป็น NPL และหมดทางเลือก แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่ยังมีศักยภาพในการฟื้นตัว ผ่านแนวคิด “Early Intervention” ควบคู่กับการยกระดับบทบาท AMC ให้เป็น “Resolution Platform” ที่สามารถวิเคราะห์ ปรับโครงสร้าง และฟื้นฟูลูกหนี้ รวมถึงบริหารสินทรัพย์ให้กลับมาใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกครั้ง
หัวใจสำคัญคือการบริหารหนี้อย่างเป็นระบบผ่าน 4 ขั้นตอน ได้แก่ Prevent – Restructure – Resolve – Restart โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างเสถียรภาพของระบบการเงิน การฟื้นฟูลูกหนี้ การรักษาวินัยทางการเงิน และการรักษามูลค่าทางเศรษฐกิจ เพราะการแก้หนี้ไม่ควรจบเพียงการนำ NPL ออกจากระบบ แต่ต้องทำให้ลูกหนี้กลับมาใช้ชีวิต ธุรกิจเดินหน้าต่อ และเงินทุนหรือสินทรัพย์กลับมาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
ด้าน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM ร่วมถ่ายทอดแนวคิดหัวข้อ “ความรู้ทางการเงินสำหรับผู้ไกล่เกลี่ย (Financial Literacy for Mediators) และการบริหารสินทรัพย์ด้วยนวัตกรรม” พร้อมนำเสนอแนวคิด “Resilience with Transformation : โรงพยาบาลแก้หนี้” ซึ่งเปรียบลูกหนี้เสมือนผู้ป่วยที่แต่ละรายมีสาเหตุและข้อจำกัดแตกต่างกัน การแก้ปัญหาจึงต้องเริ่มจากการ Diagnose หรือวินิจฉัยปัญหา ก่อนนำไปสู่การ Design หรือออกแบบทางออกที่เหมาะสม
การพิจารณาจึงต้องมองให้ครบทั้งโครงสร้างหนี้ ความสามารถในการชำระหนี้ กระแสเงินสด หลักประกัน และบริบทของลูกหนี้แต่ละราย ก่อนเลือกแนวทาง เช่น ปรับค่างวด ขยายระยะเวลาชำระ ปรับอัตราดอกเบี้ย หรือจัดทำข้อตกลงให้สอดคล้องกับศักยภาพที่แท้จริง โดยไม่มองการบังคับคดีหรือยึดทรัพย์เป็นคำตอบแรกในทุกกรณี
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางของ BAM ในการขับเคลื่อนบทบาท AMC จาก “Collection สู่ Rehabilitation” เปลี่ยนจากการมองเพียง “บัญชีหนี้” ไปสู่การเข้าใจ “คน” และจากการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ สู่การสร้างโอกาสให้ลูกหนี้กลับมาเริ่มต้นใหม่
BAM มองว่า ความสำเร็จของการบริหารหนี้ไม่ได้วัดเพียงจำนวนเงินที่เรียกเก็บได้ แต่ต้องวัดจากการสร้างทางออกที่ทุกฝ่ายสามารถเดินหน้าต่อได้ ทั้งลูกหนี้ที่กลับมายืนได้ เจ้าหนี้ได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม ธุรกิจสามารถดำเนินต่อ และสินทรัพย์กลับมาสร้างคุณค่าให้แก่ระบบเศรษฐกิจอีกครั้ง
![]()













