Monday, September 7, 2026
9-PRU
previous arrow
next arrow
HomeSCOOP & ARTICLE สกู๊ฟ-บทความอลิอันซ์ชี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกพุ่งแรง เปิดยุคใหม่ความเสี่ยงโครงสร้างพื้นฐาน–โอกาสธุรกิจประกันภัย

อลิอันซ์ชี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกพุ่งแรง เปิดยุคใหม่ความเสี่ยงโครงสร้างพื้นฐาน–โอกาสธุรกิจประกันภัย

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังเร่งให้การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกเข้าสู่ช่วงขยายตัวครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายทศวรรษ จากเดิมที่ดาต้าเซ็นเตอร์ถูกมองเป็นเพียงอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์เฉพาะทาง กำลังเปลี่ยนสถานะไปสู่ “โครงสร้างพื้นฐานสำคัญ” ที่มีบทบาทโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ เศรษฐกิจ และระบบดิจิทัลทั่วโลก ขณะเดียวกัน การขยายตัวดังกล่าวกำลังสร้างความเสี่ยงรูปแบบใหม่ตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง การเข้าถึงพลังงาน การดำเนินงาน ไปจนถึงความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ และกลายเป็นโอกาสสำคัญของธุรกิจประกันภัยในการพัฒนาโซลูชันที่ซับซ้อนและครอบคลุมมากขึ้น

รายงานล่าสุดของ Allianz Commercial เรื่อง “The data center construction boom: risks and claims trends” ระบุว่า AI กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน โดยการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกต่อปีมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากประมาณ 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2567 เป็นมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2570 การลงทุนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะอาคารหรือห้องเซิร์ฟเวอร์ แต่ยังครอบคลุมระบบผลิตไฟฟ้า โครงข่ายไฟฟ้า ระบบทำความเย็น ระบบเครือข่าย และเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศ AI

สหรัฐฯ–จีน ครองสัดส่วนหลัก ขณะที่เอเชียแปซิฟิกเร่งขยายตัว

ข้อมูลจาก Allianz Research คาดว่าสหรัฐอเมริกาและจีนจะมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 62% ของกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ใหม่ทั่วโลกจนถึงปี 2573 สะท้อนให้เห็นถึงการแข่งขันด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่กำลังทวีความเข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตาม การลงทุนระลอกใหม่ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงสองมหาอำนาจ แต่กำลังขยายไปยังภูมิภาคที่มีความพร้อมด้านพลังงาน โครงข่าย และกฎระเบียบมากขึ้น

ยุโรปยังคงเป็นตลาดสำคัญ โดยเฉพาะเยอรมนี สหราชอาณาจักร และไอร์แลนด์ ขณะที่สเปน ฟินแลนด์ และเดนมาร์กมีแนวโน้มเติบโตเร็วขึ้นจากความพร้อมด้านพลังงานและเงื่อนไขการขออนุญาตที่เอื้อต่อการลงทุน ส่วนเอเชียแปซิฟิกไม่รวมจีน กำลังการผลิตติดตั้งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากประมาณ 9 กิกะวัตต์ในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 28 กิกะวัตต์ภายในปี 2573 โดยมาเลเซียเป็นหนึ่งในตลาดที่โดดเด่นและคาดว่าจะเติบโตมากกว่า 10 เท่า

โทมัส ลิลเลอลุนด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Allianz Commercial มองว่า การเข้ามาของ AI กำลังเปลี่ยนดาต้าเซ็นเตอร์จากสินทรัพย์อสังหาริมทรัพย์เฉพาะทางไปสู่โครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจและเศรษฐกิจ ทำให้ความสำเร็จของโครงการไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารความเสี่ยง ตั้งแต่การเข้าถึงแหล่งพลังงาน ความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน มาตรฐานการก่อสร้าง การเลือกทำเลที่คำนึงถึงความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงการออกแบบโปรแกรมประกันภัยให้สอดคล้องกับมูลค่าความเสี่ยงที่กระจุกตัวอยู่ในโครงการ

ความเสี่ยงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นโจทย์ใหญ่ตั้งแต่ก่อนเริ่มก่อสร้าง

เมื่อการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ข้อจำกัดของอุตสาหกรรมกำลังเปลี่ยนจากเรื่องเงินทุนไปสู่ข้อจำกัดทางกายภาพมากขึ้น ทั้งการเข้าถึงพลังงาน การเชื่อมต่อกับโครงข่ายไฟฟ้า การขอใบอนุญาต อุปกรณ์เฉพาะทาง และแรงงานที่มีทักษะ ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นปัจจัยเชิงกลยุทธ์ที่ต้องนำมาพิจารณาตั้งแต่การเลือกทำเลและออกแบบโครงการ ไม่ใช่รอจัดการเมื่อเกิดเหตุแล้ว

รายงานระบุว่า ประมาณ 79% ของกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกในปัจจุบันตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติสูงกว่าปกติ และ 54% อยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงเรื้อรังจากความร้อนและภัยแล้ง ขณะที่ตลาดโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เติบโตเร็วหลายแห่งกลับตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เผชิญความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศสูง เช่น Northern Virginia ในสหรัฐฯ รัฐยะโฮร์ของมาเลเซีย และเมืองมาร์กเซยของฝรั่งเศส

สำหรับทวีปอเมริกา ประมาณ 86% ของกำลังการผลิตดาต้าเซ็นเตอร์เผชิญความเสี่ยงสูงจากน้ำท่วม ไฟป่า และวาตภัย ส่วนเอเชียแปซิฟิกเผชิญความเสี่ยงจากความร้อนและภัยแล้งในระดับสูง โดยประมาณ 89% ของกำลังการผลิตตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “ความยืดหยุ่น” ของโครงสร้างพื้นฐานกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการดำเนินงานในระยะยาว

ตลาดประกันภัยดาต้าเซ็นเตอร์โตมากกว่าสองเท่า รับการลงทุน AI

การเปลี่ยนผ่านของดาต้าเซ็นเตอร์สู่โครงสร้างพื้นฐานสำคัญกำลังสร้างตลาดใหม่ให้กับธุรกิจประกันภัย โดย Allianz ประเมินว่าตลาดประกันภัยดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะขยายตัวจากประมาณ 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน เป็นมากกว่า 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 หรือเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากทั้งกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มูลค่าทรัพย์สินที่ต้องเอาประกันสูงขึ้น และความซับซ้อนของระบบภายในดาต้าเซ็นเตอร์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะโครงการ AI Campus ขนาดใหญ่ที่ต้นทุนการก่อสร้างเพียงแห่งเดียวอาจสูงกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเมื่อมีการติดตั้งอุปกรณ์ประมวลผลสมรรถนะสูง มูลค่าทรัพย์สินและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ด้วยเหตุนี้ ความต้องการประกันภัยจึงกำลังขยายจากการคุ้มครองทรัพย์สินแบบดั้งเดิมไปสู่โซลูชันแบบบูรณาการที่ครอบคลุมตั้งแต่งานก่อสร้าง วิศวกรรม ทรัพย์สิน การหยุดชะงักทางธุรกิจ ความเสี่ยงไซเบอร์ และความรับผิด ตลอดจนความเสี่ยงด้านพลังงาน ความต่อเนื่องในการดำเนินงาน และเทคโนโลยี

ความคุ้มครองที่ครอบคลุมยังมีบทบาทมากกว่าการเป็นเครื่องมือบริหารความเสี่ยง เพราะกำลังกลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญสำหรับการจัดหาเงินทุนให้กับโครงการโครงสร้างพื้นฐาน AI ขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนว่าประกันภัยกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางการเงินของโครงการ ไม่ใช่เพียงค่าใช้จ่ายหลังการลงทุน

เพลิงไหม้สร้างความเสียหายสูง ขณะที่น้ำเป็นความเสี่ยงที่เกิดบ่อย

ข้อมูลสินไหมของ Allianz Commercial ยังสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเพลิงไหม้เป็นสาเหตุของความเสียหายรุนแรงที่สุด คิดเป็นมากกว่า 50% ของมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 700 ล้านยูโร หรือราว 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ภัยธรรมชาติเป็นสาเหตุของความเสียหายรุนแรงรองลงมา ตามด้วยการกระทำโดยเจตนา ซึ่งรวมถึงอาชญากรรมและเหตุการณ์ไซเบอร์ ตลอดจนเหตุไฟฟ้าขัดข้อง

อย่างไรก็ตาม หากวัดจากความถี่ของการเรียกร้องค่าสินไหม ความเสียหายจากน้ำเกิดขึ้นบ่อยที่สุด ตามด้วยการกระทำโดยเจตนา เพลิงไหม้ และความเสียหายต่อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ขณะที่ความเสียหายจากการหยุดชะงักทางธุรกิจมีบทบาทสำคัญต่อมูลค่าสินไหม สะท้อนว่าความเสียหายของดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายโดยตรง แต่การหยุดทำงานเพียงช่วงเวลาหนึ่งอาจสร้างผลกระทบทางการเงินในวงกว้าง

สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale และ Colocation Campus ความเสี่ยงยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะโครงการหนึ่งอาจรวมผู้เช่าหลายราย ระบบเซิร์ฟเวอร์ ระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น โครงสร้างพื้นฐาน และงานก่อสร้างไว้ในพื้นที่เดียวกัน เหตุการณ์เพียงครั้งเดียวจึงสามารถสร้างความเสียหายต่อเนื่องหลายชั้น ทั้งทรัพย์สิน งานก่อสร้าง การหยุดชะงักทางธุรกิจ ความรับผิด ความเสี่ยงไซเบอร์ และความเสี่ยงทางการเงิน

กรณีศึกษาสินไหมของ Allianz พบว่า เหตุความเสียหายต่อระบบทำความเย็นภายนอก เพลิงไหม้จากงานที่ก่อให้เกิดความร้อนหรือประกายไฟ และความล่าช้าในการเริ่มดำเนินงานจากปัญหาระบบไฟฟ้า ล้วนเคยสร้างความเสียหายประมาณ 50–100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเหตุการณ์

ความชัดเจนของกรมธรรม์ ลดความเสี่ยงข้อพิพาทเมื่อเกิดเหตุ

อีกโจทย์สำคัญที่มาพร้อมกับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่คือความซับซ้อนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและช่วงเวลาการเปลี่ยนผ่านจากระยะก่อสร้างไปสู่การดำเนินงาน ในช่วงก่อสร้างอาจมีทั้งเจ้าของโครงการ ผู้พัฒนา ผู้รับเหมา และผู้รับเหมาช่วง ขณะที่เมื่อเข้าสู่ระยะดำเนินงานจะมีเจ้าของหรือผู้ดำเนินงาน รวมถึงผู้เช่าและผู้ใช้งานปลายทางหลายรายเข้ามาเกี่ยวข้อง

ความไม่ชัดเจนว่าโครงการก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในทางปฏิบัติเมื่อใด อาจกลายเป็นประเด็นสำคัญเมื่อเกิดความเสียหาย เนื่องจากเหตุการณ์หนึ่งอาจเกี่ยวข้องกับกรมธรรม์ประกันภัยหลายประเภท โดยเฉพาะการส่งต่อความรับผิดชอบระหว่างกรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดสำหรับงานก่อสร้างกับกรมธรรม์ในช่วงดำเนินงาน

ชาร์ลอตต์ ฟิลด์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหมระยะสั้นประจำภูมิภาคเอเชีย Allianz Commercial ระบุว่า ความชัดเจนของความคุ้มครองเป็นหัวใจสำคัญของการเรียกร้องค่าสินไหม โดยรายละเอียดเกี่ยวกับการส่งมอบความรับผิดชอบระหว่างกรมธรรม์ รวมถึงนิยามของการก่อสร้างแล้วเสร็จในทางปฏิบัติ ต้องถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อโต้แย้งว่ากรมธรรม์ฉบับใดควรให้ความคุ้มครองและครอบคลุมความเสียหายมากน้อยเพียงใด

ดาต้าเซ็นเตอร์ยุค AI ต้องออกแบบความเสี่ยงตั้งแต่ต้น

คริสเตียน โคลเบอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหมงานก่อสร้างระดับโลก Allianz Commercial ชี้ว่า การประเมินความเสี่ยงของดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ไม่สามารถพิจารณาเพียงมูลค่าของอาคารได้อีกต่อไป แต่ต้องมองถึงการกระจุกตัวของมูลค่าและการพึ่งพาระบบต่าง ๆ ภายในและโดยรอบโครงการ ทั้งระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น แบตเตอรี่ เส้นทางโครงข่ายไฟเบอร์ การทดสอบและเดินระบบ รวมถึงแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ

เมื่อดาต้าเซ็นเตอร์กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล การบริหารความเสี่ยงจึงต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกของการวางแผน ตั้งแต่การเลือกทำเล การประเมินภัยธรรมชาติ การจัดหาพลังงาน การออกแบบระบบสำรอง การบริหารห่วงโซ่อุปทาน ไปจนถึงการกำหนดโครงสร้างกรมธรรม์ให้สอดคล้องกับความเสี่ยงตลอดวงจรชีวิตของโครงการ

ท่ามกลางการเติบโตของ AI และความต้องการประมวลผลข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดาต้าเซ็นเตอร์จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สำหรับติดตั้งเซิร์ฟเวอร์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงพลังงาน เทคโนโลยี การเงิน และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน ขณะเดียวกัน การเติบโตดังกล่าวก็เปิดพื้นที่ให้ธุรกิจประกันภัยเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การออกแบบความคุ้มครอง ไปจนถึงการสนับสนุนความสามารถในการรับมือความเสี่ยงของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในระยะยาว

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า