ประกันภัยไทยวิวัฒน์ประกาศแผนรุกธุรกิจในโอกาสครบรอบ 75 ปี ชูยุทธศาสตร์ “Beyond Peace of Mind สู่ Quality of Life” เดินหน้าพัฒนาประกันภัยให้เข้าถึงชีวิตประจำวันมากขึ้น พร้อมเปิดตัว “Crash Detection” ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ เชื่อมต่อความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ ต่อยอดฐานลูกค้าประกันรถเปิดปิดกว่า 400,000 กรมธรรม์ และเดินหน้าสร้าง Motor Insurance Ecosystem ควบคู่ภารกิจดูแลสังคม
กรุงเทพฯ 8 กันยายน 2569 – บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในโอกาสครบรอบ 75 ปี ผ่านงาน “THAIVIVAT NEXT MOVE – Driving the Future of Motor Insurance” เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจประกันวินาศภัยด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยวางเป้าหมายยกระดับบทบาทจากการเป็นผู้ให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดความเสียหาย สู่การเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลคุณภาพชีวิตในทุกวัน ภายใต้แนวคิด “Beyond Peace of Mind สู่ Quality of Life” และ “คิดเผื่อ เพื่อทุกชีวิต”
นายเทพพันธ์ อัศวะธนกุล กรรมการรองกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางของบริษัทต่อจากนี้จะมุ่งพัฒนาประกันภัยให้ตอบโจทย์พฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นกลไกสำคัญ ทั้งในธุรกิจประกันภัยรถยนต์ สุขภาพ การเดินทาง และที่อยู่อาศัย เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงสร้าง “ความอุ่นใจ” แต่สามารถสร้างคุณค่าและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคได้จริง
สำหรับปี 2569 ไทยวิวัฒน์เดินหน้าขยายผลิตภัณฑ์กลุ่ม Non-Motor โดยในกลุ่มประกันสุขภาพเปิดตัว “Active Health” ที่เชื่อมการดูแลสุขภาพเข้ากับสิทธิประโยชน์ด้านประกันภัย ผ่านความร่วมมือกับ Garmin, Decathlon และศูนย์เวลเนสชั้นนำ โดยผู้เอาประกันสามารถนำกิจกรรมด้านสุขภาพมาต่อยอดเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันได้ สูงสุด 40% ต่อเดือน
ขณะที่ตลาดประกันภัยที่อยู่อาศัย บริษัทพัฒนา “TVI Homie Care” ประกันภัยบ้านที่ออกแบบความคุ้มครองให้สอดรับกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตยุคใหม่ ครอบคลุมความต้องการที่เพิ่มขึ้น เช่น สัตว์เลี้ยงและแท่นชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ส่วนด้านการเดินทางเปิดตัว “TVI Smart Delay” สิทธิประโยชน์จากประกันภัยการเดินทางต่างประเทศพลัส โดยกรณีเที่ยวบินล่าช้าเกิน 90 นาที ลูกค้าสามารถใช้บริการห้องรับรองสนามบินในเครือข่าย LoungeKey ได้ทันที
10 ปี “ประกันรถเปิดปิด” สร้างฐานลูกค้ากว่า 400,000 กรมธรรม์
ในธุรกิจ Motor ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของบริษัท ไทยวิวัฒน์ยังคงเดินหน้าต่อยอดโมเดล “ประกันรถเปิดปิด” ซึ่งพัฒนามานานกว่า 10 ปี โดยปัจจุบันมีลูกค้าแล้วกว่า 400,000 กรมธรรม์ ครอบคลุมการใช้งานใน 77 จังหวัด ทั่วประเทศ
จุดขายสำคัญคือแนวคิดการคิดค่าเบี้ยตามการใช้งานจริง ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถบริหารต้นทุนประกันภัยให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการขับขี่ และประหยัดค่าเบี้ยได้สูงสุดถึง 80%
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังต่อยอดด้วยฟีเจอร์ “รถติดไม่คิดเบี้ย” ซึ่งปัจจุบันสามารถคืนเวลาการใช้งานให้แก่ลูกค้าแล้วกว่า 30 ล้านนาที สะท้อนการนำข้อมูลและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์การใช้รถจริงมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ไทยวิวัฒน์เดินหน้าสร้าง Motor Insurance Ecosystem ให้ครอบคลุมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่บริการดิจิทัล การตรวจสภาพรถ การนำ AI เข้ามาช่วยประเมินความเสียหาย การยกระดับมาตรฐานอู่ซ่อมผ่าน “Thaivivat Guarantee” การจัดตั้ง Quality Control Center เพื่อควบคุมคุณภาพอะไหล่ ไปจนถึงบริการ “รถทดแทนระหว่างซ่อม” ที่เปิดให้ลูกค้ารับรถทดแทนจากอู่พาร์ทเนอร์ในจุดเดียวกับสถานที่นำรถเข้าซ่อม ลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตระหว่างรอรถกลับมาใช้งาน
เปิดเกมใหม่ “Crash Detection” ใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือลูกค้าแบบเรียลไทม์
ไฮไลต์สำคัญของการประกาศทิศทางธุรกิจในวาระ 75 ปี คือการเปิดตัว “Crash Detection” ระบบตรวจจับอุบัติเหตุอัตโนมัติ ซึ่งบริษัทมองว่าเป็นการยกระดับบทบาทของประกันภัยจากการรอรับแจ้งเหตุ ไปสู่การช่วยเหลือเชิงรุกในช่วงเวลาที่ลูกค้าอาจไม่สามารถจัดการสถานการณ์ได้ด้วยตนเอง
ดร.เฉลิมพล สายประเสริฐ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า Crash Detection ถูกออกแบบให้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม ระบบจะใช้เซ็นเซอร์ของสมาร์ตโฟนร่วมกับอัลกอริทึมเพื่อตรวจจับแรงกระแทกและรูปแบบการเคลื่อนไหวที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุ
เมื่อระบบตรวจพบเหตุการณ์ที่เข้าเงื่อนไข จะส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานเพื่อยืนยันสถานการณ์และขอความช่วยเหลือ หากผู้ใช้งานกดขอความช่วยเหลือ ระบบจะส่ง พิกัด GPS และข้อมูลที่จำเป็น ไปยังศูนย์ปฏิบัติการ เพื่อประสานทีมช่วยเหลือไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมเปิดให้ลูกค้าติดตามสถานะการช่วยเหลือแบบเรียลไทม์
เทคโนโลยีดังกล่าวจึงเป็นการเชื่อมต่อข้อมูลตั้งแต่เซ็นเซอร์บนสมาร์ตโฟน อัลกอริทึมตรวจจับเหตุการณ์ ระบบ GPS และศูนย์ปฏิบัติการเข้าด้วยกัน เพื่อให้การประสานความช่วยเหลือสามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ลดขั้นตอนและภาระของผู้ขับขี่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน
เดินหน้าสร้างคุณค่าควบคู่ธุรกิจ ผ่าน “Thaivivat Caring Forward”
นอกจากแผนธุรกิจและนวัตกรรมแล้ว ไทยวิวัฒน์ยังเดินหน้าโครงการ “Thaivivat Caring Forward คิดเผื่อ เพื่อสังคม” โดยเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับขี่ปลอดภัยเลือกมูลนิธิที่ต้องการสนับสนุน หากครบปีกรมธรรม์โดยไม่มีการเคลมกรณีฝ่ายผิด บริษัทฯ จะนำเบี้ยประกันปีปัจจุบันส่วนหนึ่งไปบริจาคให้มูลนิธิที่ลูกค้าเลือก พร้อมให้ลูกค้ารับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการบริจาค
สำหรับปี 2569 ลูกค้าสามารถเลือกสนับสนุน 7 หน่วยงาน ได้แก่ สภากาชาดไทย โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ กองทุนอาคารเฉลิมพระเกียรติฯ มูลนิธิโรงพยาบาลเด็ก มูลนิธิยุวพัฒน์ มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) และมูลนิธิรามาธิบดีฯ ผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat
ในโอกาสครบรอบ 75 ปี บริษัทฯ ยังมอบเงินบริจาคจำนวน 10 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีและย่านนวัตกรรมโยธี รองรับการรักษาพยาบาล การวิจัย และการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ในอนาคต
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การครบรอบ 75 ปีเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของบริษัท และการเปิดตัว Crash Detection สะท้อนทิศทางการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับประสบการณ์และการดูแลลูกค้า โดยเฉพาะการเข้าไปช่วยเหลือในช่วงเวลาที่มีความสำคัญและลูกค้าอาจไม่สามารถดำเนินการทุกอย่างด้วยตัวเอง
สำหรับก้าวต่อไป ไทยวิวัฒน์จะยังคงลงทุนและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อทำให้การประกันภัยเข้าถึงง่ายขึ้น และสามารถตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้มากขึ้น ทั้งในวันที่เกิดเหตุและในทุกวันที่ใช้ชีวิต พร้อมเดินหน้าสร้างความสมดุลระหว่างการเติบโตทางธุรกิจกับการสร้างคุณค่าให้สังคม
ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaivivat.co.th แอปพลิเคชัน Thaivivat หรือ Call Center โทร. 1231
![]()














