
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) เดินหน้าตรวจสอบและดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด หลังพบการนำรถแบ็คโฮเข้าขุดเจาะและทำลายแนวหินบริเวณทิศใต้ของเกาะวังใต้ หมู่ 3 ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเปิดร่องน้ำสำหรับเรือขนาดใหญ่ รวมถึงพบการขุดตักหินทำคันดินและแผ้วถางพื้นที่ป่าในเขตเตรียมการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้
นายสุชาติระบุว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการดูแลประโยชน์ของประชาชน พร้อมกำชับทุกหน่วยงานให้บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบการกระทำความผิดต้องดำเนินคดีโดยไม่ละเว้น และเร่งติดตามตัวผู้กระทำผิด รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมารับโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ไม่ควรปล่อยให้มีการทำลายหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ

ด้าน ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เปิดเผยว่า หลังได้รับคำสั่ง ได้ระดมเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 4 ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดขนอม–หมู่เกาะทะเลใต้ หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ สฎ.16 (เกาะสมุย) กก.5 บก.ปทส. ส.รน.4 กก.6 บก.รน. และกลุ่มงานความมั่นคงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ตรวจสอบทันที
จากการตรวจสอบพบการขุดและปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่ พร้อมเศษซากปะการังแตกหัก ทั้งปะการังโขดและปะการังเขากวาง ได้รับความเสียหายประมาณ 3 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา นอกจากนี้ยังพบรถแบ็คโฮ KOBELCO รุ่น SK200-8 สีฟ้า จอดห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 55 เมตร และพบร่องรอยตีนตะขาบเชื่อมโยงจากจุดเกิดเหตุมายังรถ โดยไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ
เจ้าหน้าที่จึงอายัดรถแบ็คโฮไว้เป็นหลักฐาน พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลหาตัวผู้กระทำผิดและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เบื้องต้นเห็นว่าการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตาม พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 และได้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.เกาะสมุย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทช. ยืนยันจะเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ ป้องกันการบุกรุกและทำลายทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พร้อมเดินหน้าตามนโยบาย “คนอยู่ได้ ชุมชนอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่รอด” เพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศให้คงอยู่อย่างยั่งยืน
![]()














