วันที่ 21 กันยายน 2569 ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เดินหน้าขับเคลื่อน “Reinvent Thailand” เชื่อมข้อเสนอภาคเอกชนเข้าสู่กลไก กรอ. เพื่อเร่งผลักดันจากแนวคิดไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมตั้งเป้ายกระดับการลงทุน ผลิตภาพ การจ้างงาน และรายได้ของประเทศ
การขับเคลื่อนครั้งนี้ครอบคลุม 7 กลุ่มธุรกิจสำคัญ ได้แก่ เกษตรและอาหาร ยานยนต์ การค้าและค้าปลีก อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การแพทย์และเวลเนส การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยภาครัฐจะทำงานร่วมกับ “กองกลาง” 4 ด้าน คือ โครงสร้างพื้นฐาน ดิจิทัลและ AI พลังงาน และระบบการเงิน เพื่อแก้ปัญหาและสนับสนุนธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
สิ่งที่ประชาชนและผู้ประกอบการจะได้เห็น คือการเร่งแก้ปัญหาที่กระทบต้นทุนและรายได้ ทั้งการลดอุปสรรคทางกฎระเบียบ เพิ่มโอกาสการลงทุน สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักร ยกระดับทักษะแรงงาน และเปิดทางให้ SMEs รวมถึงธุรกิจในภูมิภาค เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานใหม่มากขึ้น ซึ่งมีเป้าหมายต่อยอดไปสู่การสร้างงานและเพิ่มรายได้ในประเทศ
ดร.เอกนิติ ระบุว่า รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตไม่น้อยกว่า 3% ต่อปี ภายใต้ยุทธศาสตร์ Investment-led Growth พร้อมตั้งเป้าสัดส่วนการลงทุนไม่น้อยกว่า 30% ของ GDP และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย โดยภาคเอกชนจะเป็น “กองหน้า” ขณะที่ภาครัฐทำหน้าที่สนับสนุนและปลดล็อกข้อจำกัด
อีกประเด็นสำคัญคือการเชื่อม การลงทุนจากต่างประเทศกับผู้ประกอบการไทย เพื่อดึง SMEs เข้าสู่ Supply Chain ใหม่ สร้าง Local Champion และเพิ่มการจ้างงานในประเทศ หวังลดปัญหาการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่กระจายตัวไม่ทั่วถึง
การดำเนินงานจะแบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ Stabilize Today เร่งแก้ปัญหาและลดต้นทุน, Transition Now ช่วยธุรกิจปรับตัวสู่เทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ และ Invest for Tomorrow วางรากฐานการลงทุน อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทักษะแรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว พร้อมเร่งคัดเลือก Quick Wins ที่สามารถดำเนินการได้ทันที
ด้าน กกร. ย้ำว่า เป้าหมายสำคัญคือทำให้ Reinvent Thailand เป็นกลไกที่เชื่อมต่อกับภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม โดยข้อเสนอจะมีหน่วยงานเจ้าภาพ กรอบเวลา และตัวชี้วัดที่ชัดเจน รวมถึงติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนเสนอให้เร่งยกระดับสินค้าและบริการไทย สร้างแบรนด์ เพิ่มมาตรฐาน เชื่อมเกษตรกร SMEs ผู้ผลิตชิ้นส่วนกับบริษัทขนาดใหญ่และตลาดต่างประเทศ รวมถึงพัฒนา Digital Infrastructure ระบบ Traceability และขยายโอกาสผ่าน Trade Mission และ Business Matching
ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลและ กกร. ครั้งนี้จึงมุ่งเปลี่ยนจาก “การหารือ” สู่ “การลงมือทำ” โดยเน้นผลลัพธ์ที่ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถสัมผัสได้ ทั้งการลดต้นทุน เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ สร้างงาน ยกระดับรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
![]()














