กรุงเทพประกันชีวิต เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ปี 2569 เน้นแบบประกันกลุ่ม Care ตอบโจทย์การสร้างคุณภาพชีวิตระยะยาว รองรับประเทศไทยก้าวสู่สังคมอายุยืน (Longevity) ล่าสุดเปิดตัว “บีแอลเอ เซฟวิ่ง 168” และ “บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168” ทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินควบคู่ความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพภายใต้กรมธรรม์เดียว
นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทมุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นบริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความใส่ใจ โดยหนึ่งในทิศทางสำคัญคือ Products+ ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าวางแผนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว สอดคล้องกับแนวโน้มสังคมอายุยืนที่ทำให้การวางแผนชีวิตต้องครอบคลุมทั้งด้านการเงิน สุขภาพ และความคุ้มครองชีวิต
ก่อนหน้านี้ กรุงเทพประกันชีวิตได้พัฒนาแบบประกันประเภท Care ได้แก่ “บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์” และ “เกนเฟิสต์ เซฟวิ่งส์ แอนด์ เฟล็กซี่ แคร์ 12/6” ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้า ล่าสุดจึงต่อยอดด้วย “บีแอลเอ เซฟวิ่ง 168” และ “บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168” ที่ผสานการออมอย่างมีวินัย ผลประโยชน์ที่ได้รับอย่างสม่ำเสมอ และความคุ้มครองด้านสุขภาพ
สำหรับ “บีแอลเอ เซฟวิ่ง 168” ชำระเบี้ยประกันภัย 8 ปี ให้ความคุ้มครอง 16 ปี รับประกันภัยตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 83 ปี ผู้เอาประกันภัยรับเงินคืนปีละ 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ในวันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 1-15 และเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญา รับเงินก้อนอีก 808% รวมผลประโยชน์กรณีมีชีวิตอยู่ตลอดสัญญาสูงสุด 928% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
นอกจากนี้ หากผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีภาวะเจ็บป่วยระยะสุดท้ายภายในระยะเวลาเอาประกันภัย สามารถขอรับผลประโยชน์เร่งจ่ายจากผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตเป็นเงินก้อนสูงสุด 800% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาหรือดูแลคุณภาพชีวิต ทั้งนี้ เมื่อบริษัทจ่ายผลประโยชน์ดังกล่าวแล้ว กรมธรรม์จะสิ้นผลบังคับทันทีตามเงื่อนไขที่กำหนด
ขณะที่ “บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168” ชำระเบี้ย 8 ปี คุ้มครอง 16 ปี รับประกันภัยตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 70 ปี พร้อมผลประโยชน์กรณีมีชีวิตอยู่ตลอดสัญญารวม 928% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยระยะสุดท้าย โดยสามารถขอรับเป็นเงินก้อนสูงสุด 900% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย
จุดเด่นของแบบประกันดังกล่าวคือความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรงในผู้สูงอายุ ได้แก่ โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคพาร์กินสัน การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว โรคกล้ามเนื้อเสื่อม ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ชนิดรุนแรง และการทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง โดยหากเข้าเงื่อนไขความคุ้มครอง จะได้รับเงินชดเชยรายปี 12% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่อรวมกับเงินจ่ายคืน 8% จะได้รับเงินคืนรวมสูงสุด 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อปี จนครบสัญญา
นายโชนกล่าวว่า การวางแผนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างผลตอบแทนทางการเงิน แต่ต้องคำนึงถึงความคุ้มครองที่สอดคล้องกับรูปแบบการใช้ชีวิตและความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงที่อาจนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา
“กรุงเทพประกันชีวิตจึงใส่ใจเรื่องนี้ ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าสามารถรับผลประโยชน์กรณีเสียชีวิตไปได้ก่อนเป็นเงินก้อน กรณีเจ็บป่วยระยะสุดท้าย” นายโชนกล่าว
ทั้งนี้ เบี้ยประกันชีวิตของทั้ง 2 แบบสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยรายละเอียดความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และผู้สนใจควรศึกษารายละเอียดในกรมธรรม์ก่อนตัดสินใจทำประกันภัย
![]()














