เซ็นทรัลพัฒนา เปิดวิสัยทัศน์การพัฒนาศูนย์การค้าในยุคที่ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่เพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่คือการออกแบบอนาคตของผู้คนและเมือง ผ่านแนวคิด “Imagining better futures for all” และหลัก “Sustainability by Design” บูรณาการเรื่องความยั่งยืนตั้งแต่การวางมาสเตอร์แพลน การออกแบบอาคารและภูมิทัศน์ การเลือกวัสดุ การก่อสร้าง ไปจนถึงการบริหารพื้นที่และการทำงานร่วมกับผู้เช่า พร้อมจับมือ นิปปอนเพนต์ พันธมิตรด้านสีนวัตกรรม ร่วมยกระดับมาตรฐานพื้นที่คุณภาพสู่อนาคต
จาก “ศูนย์การค้า” สู่ Third Place ของคนเมือง
คุณชาตรี โกวิทานุพงศ์ กรรมการผู้จัดการ สายงาน Project Development บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วันนี้ศูนย์การค้าไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับซื้อสินค้าและบริการอีกต่อไป แต่เปรียบเสมือน “Third Place” หรือพื้นที่สำคัญในชีวิตประจำวันที่ผู้คนเข้ามาใช้เวลา พบปะ ทำงาน รับประทานอาหาร ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมร่วมกัน
ดังนั้น การพัฒนาศูนย์การค้าจึงต้องเริ่มจากความเข้าใจผู้คน หรือ Customer-Centricity ตั้งแต่การคัดเลือกร้านค้า ร้านอาหาร การออกแบบเส้นทางเข้า–ออก ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ขณะเดียวกันยังต้องสร้างคุณค่าให้กับชุมชน เมือง และสิ่งแวดล้อมโดยรอบ
หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การทำให้ “ความยั่งยืน” เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกของการออกแบบ ไม่ใช่สิ่งที่นำมาเติมภายหลัง โดยเซ็นทรัลพัฒนาวางเป้าหมายองค์กรสู่ Net Zero 2050 และนำหลัก Sustainability by Design มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนาโครงการ
ตั้งแต่การวาง Master Plan การออกแบบภูมิทัศน์และอาคาร การเลือกวัสดุ การก่อสร้าง การบริหารโครงการ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับผู้เช่า เพื่อให้ทั้งระบบเดินไปในทิศทางเดียวกัน
แนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านมาตรฐานระดับสากลและระดับประเทศ อาทิ LEED, TREES, EDGE, WELL Building Standard และ Resilient Design ขณะเดียวกันเซ็นทรัลพัฒนายังได้รับการคัดเลือกใน DJSI World ต่อเนื่อง 8 ปี และ DJSI Emerging Markets ต่อเนื่อง 12 ปี รวมถึงอยู่ใน Top 10% of the S&P Global Sustainability Yearbook
เมื่อ “ธรรมชาติ” กลายเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การค้า
แนวคิด Sustainability by Design ไม่ได้หยุดอยู่เพียงมาตรฐานหรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ถูกนำมาผสมผสานกับการออกแบบพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในตัวอย่างสำคัญคือ เซ็นทรัล พาร์ค (Central Park) ที่ออกแบบ Roof Park ขนาด 7 ไร่ พร้อมเส้นทางเดินและออกกำลังกาย เปรียบเสมือนส่วนต่อขยายของสวนลุมพินี เชื่อม “Park Life” เข้ากับ “Urban Life”
ขณะที่ เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์ (Central Northville) นำแนวคิด Biophilic Design หรือการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ พร้อมพัฒนาพื้นที่ Sports & Wellness, Multigeneration Community และ Pet-Friendly เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย
ส่วน เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส (Central Khonkaen Campus) มาพร้อม Indoor Garden สวนในอาคารแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในจังหวัด พร้อมเชื่อมพื้นที่สีเขียวเข้ากับ Co-working Space และ Creative Community
ทั้งหมดสะท้อนแนวคิดเดียวกันว่า ศูนย์การค้าแห่งอนาคตต้องไม่ได้สร้างเพียง “พื้นที่” แต่ต้องสร้าง ประสบการณ์ คุณภาพชีวิต และคุณค่าให้กับเมือง
เลือก “วัสดุ” วันนี้ กำหนดผลกระทบไปอีกหลายสิบปี
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Sustainability by Design คือ การเลือกวัสดุก่อสร้าง เพราะวัสดุไม่ได้ส่งผลเพียงต่อความสวยงามของอาคาร แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคุณภาพอาคาร คาร์บอนฟุตพรินต์ ต้นทุนการดูแลรักษา และสุขภาวะของผู้ใช้งาน
เซ็นทรัลพัฒนาจึงพิจารณาวัสดุอย่างรอบด้าน ทั้ง Performance, Safety, Durability, Health & Well-being และ Environmental Impact
คุณชาตรีระบุว่า การพัฒนาศูนย์การค้าหมายถึงการดูแลผู้คนที่เข้ามาใช้ชีวิตในอาคาร และต้องดูแลอาคารไปตลอดอายุการใช้งาน วัสดุที่เลือกจึงต้องมีคุณภาพสูง ทนทาน ใช้งานได้ยาวนาน ลดการซ่อมแซมและการใช้ทรัพยากร พร้อมผ่านการทดสอบที่สอดคล้องกับมาตรฐานด้านความยั่งยืน เช่น LEED และ WELL Building Standard
“นิปปอนเพนต์” เสริมทัพสีนวัตกรรม สู่พื้นที่ที่ดีต่อคนและโลก
ด้าน คุณวัชระ ศิริฤทธิชัย General Manager บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นิปปอนเพนต์ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด ESG และ Customer-Centricity พร้อมพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์เป้าหมายด้านความยั่งยืนของคู่ค้า โดยเฉพาะธุรกิจรีเทล
ผลิตภัณฑ์ของนิปปอนเพนต์ครอบคลุมตั้งแต่ สีนวัตกรรมปลอดสารพิษ ที่ผลิตในประเทศไทยโดยปราศจากส่วนประกอบของโลหะหนักและฟอร์มัลดีไฮด์ ไปจนถึงเทคโนโลยีเพิ่มความทนทานและยืดอายุการใช้งานของสี ช่วยลดรอบการทาสีซ้ำและลดการใช้ทรัพยากรในระยะยาว
อีกหนึ่งนวัตกรรมคือ นิปปอนเพนต์ แอร์แคร์ สีนวัตกรรมสำหรับทาภายในที่ได้รับการรับรอง GREENGUARD GOLD จาก UL ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีคุณสมบัติ Zero VOCs และเทคโนโลยีช่วยดักจับและฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสบนผนังหลายชนิด
ขณะที่ นิปปอนเพนต์ เนเจอร์แคร์ นำวัตถุดิบจากยางพาราธรรมชาติมาใช้ทดแทนวัตถุดิบจากฟอสซิล ทำให้สามารถใช้วัตถุดิบที่เป็น Renewable Carbon ได้ถึง 42% ช่วยตอบโจทย์การลดการปล่อยคาร์บอนของโครงการ
นอกจากผลิตภัณฑ์แล้ว นิปปอนเพนต์ยังดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในกระบวนการผลิต ทั้งการหมุนเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่ การติดตั้งระบบ Dust Collector และการใช้รถ EV ในการขนส่ง เพื่อลดมลพิษตลอดซัพพลายเชน
45 ศูนย์การค้า กับเป้าหมายที่ไกลกว่า “พื้นที่ค้าปลีก”
ในภาพใหญ่ เซ็นทรัลพัฒนามองบทบาทของศูนย์การค้าไกลกว่าการเป็นพื้นที่ค้าปลีก โดยปัจจุบันมีศูนย์การค้า 45 แห่งทั่วประเทศ และมีผู้ใช้บริการเกือบ 20 ล้านคนต่อวัน
ขนาดของเครือข่ายดังกล่าวจึงทำให้เซ็นทรัลพัฒนามองเห็นโอกาสในการใช้ศูนย์การค้าเป็น แพลตฟอร์มขับเคลื่อนแนวคิดความยั่งยืนเข้าสู่วิถีชีวิตของผู้คน ทั้งการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างพื้นที่สีเขียว และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
เพราะท้ายที่สุดแล้ว “ศูนย์การค้าแห่งอนาคต” อาจไม่ได้วัดความสำเร็จเพียงจำนวนผู้มาใช้บริการหรือพื้นที่เช่า แต่ต้องตอบให้ได้ว่า พื้นที่แห่งนั้นสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้ผู้คน และสร้างเมืองที่ดีขึ้นสำหรับคนรุ่นต่อไปได้มากเพียงใด
และนี่คือความหมายของ “Imagining better futures for all” เมื่อความยั่งยืนไม่ได้ถูกวางไว้ที่ปลายทาง แต่ถูกออกแบบไว้ตั้งแต่จุดเริ่มต้น
“เพราะสำหรับเรา ความยั่งยืนไม่ใช่ปลายทางสุดท้าย แต่คือการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างสถานที่ที่ดีขึ้นสำหรับคนและเมืองในระยะยาว” — คุณชาตรี โกวิทานุพงศ์
![]()














