Wednesday, October 7, 2026
9-PRU
previous arrow
next arrow
HomeHEALTH & BEAUTY สุขภาพ-ความงามยุวทัศน์ฯ โต้โฆษกรัฐบาล ปมรับทุน สสส. แจงสถานะนิติบุคคลถูกต้อง ด้านหมอศิริราชชี้ Earmarked Tax มุ่งลดคนสูบบุหรี่ ไม่ใช่เพิ่มรายได้รัฐ

ยุวทัศน์ฯ โต้โฆษกรัฐบาล ปมรับทุน สสส. แจงสถานะนิติบุคคลถูกต้อง ด้านหมอศิริราชชี้ Earmarked Tax มุ่งลดคนสูบบุหรี่ ไม่ใช่เพิ่มรายได้รัฐ

กรุงเทพฯ – สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย (ยท.) ชี้แจงกรณี นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “หมอเอก Ekkapob Pianpises” ตั้งคำถามเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของสถาบันยุวทัศน์ฯ และการได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) โดยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวอาจสร้างความสับสนและความเสียหายต่อการดำเนินงานขององค์กร

นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ยท. ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลประเภท “มูลนิธิ” ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 หลังจากดำเนินงานด้านเด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 15 ปี ก่อนหน้านี้องค์กรเคยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรเครือข่ายทางวัฒนธรรมตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนแจ้งความประสงค์ขอถอนการขึ้นทะเบียน เนื่องจากบทบาทและภารกิจขององค์กรไม่สอดคล้องกับกรอบการทำงานดังกล่าว

นายพชรพรรษ์กล่าวว่า แม้ในช่วงก่อนการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ยท. ก็สามารถดำเนินกิจกรรมในฐานะการรวมกลุ่มของประชาชนภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมาตรา 42 รับรองเสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม สหกรณ์ สหภาพ องค์กร ชุมชน หรือหมู่คณะอื่น ทั้งนี้ ยท. มีเป้าหมายในการนำศักยภาพของคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยดำเนินงานด้านบริการสาธารณะและประเด็นทางสังคม

สำหรับประเด็นการได้รับเงินสนับสนุนจาก สสส. นายพชรพรรษ์ชี้แจงว่า ในช่วงก่อนมีสถานะเป็นนิติบุคคล การขอรับการสนับสนุนโครงการดำเนินการในนามบุคคลธรรมดา เนื่องจากหลักเกณฑ์ของ สสส. เปิดให้ประชาชนและองค์กรจากหลายภาคส่วนสามารถเสนอโครงการเพื่อสร้างนวัตกรรมทางสังคมและสุขภาพได้ โดยเงินสนับสนุนดังกล่าวมีระบบตรวจสอบการใช้จ่าย ไม่ใช่การได้รับงบประมาณแบบเหมาจ่ายเช่นการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานราชการ

ทั้งนี้ การใช้จ่ายเงินต้องมีเอกสารประกอบและผ่านการตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ก่อนการเบิกจ่ายในงวดถัดไป หากเอกสารไม่ครบถ้วนหรือมีการใช้จ่ายผิดหลักเกณฑ์ก็ต้องดำเนินการแก้ไขหรือเรียกคืนเงินตามขั้นตอน ส่วนปัจจุบันเมื่อ ยท. มีสถานะเป็นนิติบุคคลประเภทมูลนิธิแล้ว การรับทุนจะดำเนินการในนามมูลนิธิภายใต้กระบวนการพิจารณาและตรวจสอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

เลขาธิการ ยท. ยังตั้งข้อสังเกตถึงการนำประเด็นเกี่ยวกับองค์กรออกมาโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าอาจเกี่ยวข้องกับบทบาทของ ยท. ในการป้องกันนักสูบหน้าใหม่และการต่อต้านการเปิดเสรีบุหรี่ไฟฟ้า โดยที่ผ่านมาองค์กรมีส่วนในการเฝ้าระวังร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนนำไปสู่การดำเนินการกับผู้กระทำผิดหลายกรณี

นายพชรพรรษ์ยังกล่าวถึงข้อมูลในอดีตที่ปรากฏผ่านสื่อออนไลน์เกี่ยวกับจุดยืนของนายเอกภพ ซึ่งเคยมีการนำเสนอนโยบายเกี่ยวกับการผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย รวมถึงการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมยาสูบและ สสส. พร้อมตั้งคำถามว่าจุดยืนดังกล่าวอาจมีความแตกต่างจากแนวนโยบายของรัฐบาลหรือไม่

พร้อมกันนี้ ยท. ได้เสนอให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พิจารณาบทบาทของโฆษกรัฐบาล โดยเห็นว่าการสื่อสารข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือสร้างความสับสนอาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและภาพลักษณ์ของรัฐบาล พร้อมเสนอให้พิจารณาบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และวุฒิภาวะที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทน

ด้านหมอศิริราชท้วงปม Earmarked Tax

ด้าน ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับการทำงานของ สสส. และการปรับโครงสร้างภาษียาสูบในปี 2560 ว่า ประเด็นดังกล่าวต้องแยกออกจากบทบาทของ สสส. โดยเฉพาะหลักการของภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ หรือ Earmarked Tax ซึ่งมีเป้าหมายในการจัดเก็บและนำรายได้ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน โดยเฉพาะด้านสุขภาพ

ศ.นพ.มานพกล่าวว่า หลักคิดของ “ภาษีบาป” หรือ Sin Tax ในหลายประเทศ คือการทำให้ประชาชนตระหนักถึงผลกระทบต่อสุขภาพและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ดังนั้น หากการทำงานของ สสส. ส่งผลให้ประชาชนสูบบุหรี่หรือดื่มสุราน้อยลง และทำให้รัฐจัดเก็บภาษีจากสินค้าดังกล่าวลดลง ก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นความล้มเหลว แต่ควรถือเป็นผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่พึงประสงค์

“หากมองว่าผลงานของ สสส. ทำให้คนสูบบุหรี่น้อยลง ทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้น้อยลง ก็ควรเป็นเรื่องดี ไม่ใช่เรื่องแย่ เพราะเป้าหมายสำคัญคือการทำให้ประชาชนมีสุขภาพและสุขภาวะที่ดีขึ้น” ศ.นพ.มานพกล่าว

ศ.นพ.มานพยังระบุว่า แม้รายได้ภาษีจากบุหรี่และสุราอาจลดลง แต่ในระยะยาวรัฐอาจลดภาระค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคที่เกิดจากการบริโภคสินค้าทำลายสุขภาพได้ด้วย ซึ่งต้นทุนด้านสุขภาพในระยะยาวอาจสูงกว่ารายได้จากภาษีดังกล่าว

ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับการเติบโตของบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ บุหรี่เถื่อน หรือบุหรี่ไฟฟ้า ศ.นพ.มานพเห็นว่าเป็นเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายและหน้าที่ของรัฐบาล เนื่องจาก สสส. ไม่มีอำนาจในการจับกุมหรือดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด จึงไม่ควรนำปัญหาดังกล่าวมาโยงเป็นความรับผิดชอบขององค์กรสุขภาพ

พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า การสื่อสารในลักษณะที่นำ สสส. เข้าไปเป็นคู่ขัดแย้งกับปัญหาการจัดเก็บภาษี อาจทำให้ประชาชนเข้าใจบทบาทขององค์กรคลาดเคลื่อน และอาจกลายเป็นการนำ สสส. มาเป็น “แพะ” ของปัญหา

ศ.นพ.มานพกล่าวเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลมีข้อกังวลเกี่ยวกับกระบวนการใช้จ่ายงบประมาณ หรือเห็นว่ามีบางกลุ่มได้รับประโยชน์จากงบประมาณของ สสส. สิ่งที่ควรดำเนินการคือการพัฒนาระบบตรวจสอบและความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณ มากกว่าการมุ่งแก้ไขที่หลักการของ Earmarked Tax ซึ่งเป็นกลไกที่มีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า