บสส. เดินหน้าช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ให้เวลาตั้งหลัก ผ่อนปรนชำระหนี้ตามความสามารถ พร้อมแนะลูกหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล NPL ใช้ช่องทาง “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ลดภาระดอกเบี้ย ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด (บสส.) หรือ SAM เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิต และการประกอบอาชีพของประชาชน SAM จึงเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบ โดยขยายความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากมาตรการที่ครอบคลุมพื้นที่ 50 เขตในกรุงเทพมหานคร ซึ่งประกาศไปเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา
มาตรการดังกล่าวมุ่งช่วยเหลือลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ของ SAM ที่อยู่ระหว่างผ่อนชำระตามสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ หรือมีสถานะค้างชำระไม่เกิน 90 วัน โดยครั้งนี้ได้ขยายพื้นที่ช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก 22 จังหวัด รวม 119 อำเภอ ตามประกาศของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ที่ ปภ. จะประกาศเพิ่มเติมในอนาคต
สำหรับแนวทางช่วยเหลือ ลูกค้าที่เข้าเงื่อนไขสามารถพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยได้สูงสุด 3 เดือน หลังจากนั้น SAM จะผ่อนปรนให้ชำระหนี้บางส่วนตามความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริง เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน นับจากวันที่เข้าร่วมมาตรการ
ส่วนดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นระหว่างเข้าร่วมมาตรการในส่วนที่เหลือ รวมถึงดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันชำระครั้งสุดท้ายไม่เกิน 90 วัน จะตั้งพักไว้และนำไปชำระในงวดสุดท้ายของสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขที่ SAM กำหนด
ลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและประสงค์เข้าร่วมมาตรการ สามารถแจ้งความประสงค์ได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 14 ธันวาคม 2569 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SAM Call Center โทร. 1443 กด 6
นางสาวนารถนารีกล่าวว่า SAM เข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์วิกฤต ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ จึงให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือลูกหนี้ให้สามารถประคับประคองสถานะทางการเงินและกลับมาตั้งหลักได้อีกครั้ง
“ภารกิจของ SAM ภายใต้บทบาทบริษัทบริหารสินทรัพย์เพื่อสังคม (Social AMC) จึงไม่ใช่การเร่งรัดชำระหนี้ แต่คือการให้ ‘เวลา’ และ ‘พื้นที่หายใจ’ เพื่อให้ลูกค้าสามารถกลับมาตั้งหลัก พร้อมจัดการภาระหนี้และเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย” นางสาวนารถนารีกล่าว
เปิดพื้นที่ช่วยเหลือ 22 จังหวัด 119 อำเภอ
สำหรับพื้นที่ที่ได้รับความช่วยเหลือตามประกาศ ปภ. ณ วันที่ 12 ตุลาคม 2569 ครอบคลุม 4 ภูมิภาค รวม 22 จังหวัด 119 อำเภอ ประกอบด้วย
– ภาคเหนือ 3 จังหวัด 11 อำเภอ ได้แก่ พิษณุโลก นครสวรรค์ และอุทัยธานี
– ภาคกลาง 11 จังหวัด 64 อำเภอ ได้แก่ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ นครปฐม นครนายก พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท และลพบุรี
– ภาคตะวันตก 4 จังหวัด 15 อำเภอ ได้แก่ สมุทรสงคราม กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี
– ภาคตะวันออก 4 จังหวัด 29 อำเภอ ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และปราจีนบุรี
ทั้งนี้ ลูกหนี้ควรตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดการเข้าร่วมมาตรการกับ SAM โดยตรง เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือที่เหมาะสมกับสถานะหนี้และข้อกำหนดของโครงการ
แนะลูกหนี้ NPL สมัคร “คลินิกแก้หนี้ by SAM” ลดดอกเบี้ย ผ่อนสูงสุด 10 ปี
นอกจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยแล้ว SAM ยังมีแนวทางช่วยเหลือลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ซึ่งมีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) และค้างชำระเกินกว่า 120 วัน โดยอ้างอิงข้อมูลเครดิตบูโรที่มีสถานะค้างชำระตั้งแต่ 121–150 วันขึ้นไป ผ่านโครงการ “คลินิกแก้หนี้ by SAM”
โครงการดังกล่าวช่วยให้ลูกหนี้มีโอกาสปรับโครงสร้างหนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนร้อยละ 3–5 ต่อปี และสามารถเลือกผ่อนชำระได้นานสูงสุด 10 ปี แบ่งเป็น 3 ทางเลือก ได้แก่
1. แผนระยะสั้น: ผ่อนชำระไม่เกิน 4 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี
2. แผนระยะกลาง: ผ่อนชำระนานกว่า 4 ปี แต่ไม่เกิน 7 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี
3. แผนระยะยาว: ผ่อนชำระนานกว่า 7 ปี แต่ไม่เกิน 10 ปี อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 5 ต่อปี
ผู้สมัครต้องเป็นบุคคลธรรมดาที่มีรายได้ อายุไม่เกิน 70 ปี และมียอดหนี้รวมกันไม่เกิน 2 ล้านบาท โดยสามารถสมัครได้ผ่านเว็บไซต์ www.คลินิกแก้หนี้.com ติดต่อผ่าน LINE Official Account: @debtclinicbysam หรือเดินทางไปสมัครด้วยตนเองที่สำนักงานคลินิกแก้หนี้ by SAM ชั้น 4 ศูนย์การค้าเดอะ อเวนิว รัชโยธิน บริเวณโซนลิฟต์แก้ว ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ใกล้ BTS สถานีรัชโยธิน เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00–19.00 น.
SAM ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือลูกหนี้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อบรรเทาภาระทางการเงิน เปิดโอกาสให้ประชาชนฟื้นฟูชีวิตและอาชีพหลังประสบภัยพิบัติ ตลอดจนส่งเสริมให้ลูกหนี้สามารถจัดการภาระหนี้ได้อย่างเป็นระบบและกลับมามีความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
![]()














