ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผนึกกำลัง 6 หน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กรมพัฒนาที่ดิน กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เดินหน้าขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มุ่งลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับคุณภาพผลผลิตทางการเกษตร พร้อมส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและลดต้นทุนด้านเกษตรกรรม รวมถึงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารจากทั้ง 7 หน่วยงานร่วมลงนาม ณ อาคารโดมร่มเกล้าจามจุรี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569
นางสาวไข่มุก จูงใจจารุมาศ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐที่มีวิสัยทัศน์ในการเป็น “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” ให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพลูกค้าและเกษตรกรตามแนวทางการเป็นแกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture) โดยสนับสนุนทั้งเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร
การผนึกกำลังกับหน่วยงานพันธมิตรครั้งนี้ จึงมุ่งผลักดันการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในการเพิ่มศักยภาพการผลิต ลดต้นทุนปัจจัยการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต ตลอดจนขยายผลการใช้เทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทย
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาคเกษตรกรรมไทยจากรูปแบบการผลิตแบบเดิมไปสู่ “เกษตรแม่นยำ” (Precision Agriculture) ด้วยการนำเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เคมีสั่งตัดมาใช้วิเคราะห์และจัดการธาตุอาหารในดินให้เหมาะสมกับความต้องการของพืชแต่ละชนิด ช่วยให้เกษตรกรสามารถใช้ปุ๋ยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุนค่าปุ๋ยและสารเคมี ลดการใช้ปัจจัยการผลิตที่ไม่จำเป็น พร้อมฟื้นฟูระบบนิเวศและปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสมต่อการเพาะปลูกในระยะยาว
ขณะเดียวกัน ธ.ก.ส. พร้อมทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนด้านการเงินและการลงทุน โดยเตรียมผลิตภัณฑ์สินเชื่ออัตราดอกเบี้ยผ่อนปรนและบริการทางการเงินอย่างครบวงจร เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงเงินทุนสำหรับปรับเปลี่ยนและนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในกระบวนการผลิตได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดทักษะและองค์ความรู้ ทั้งด้านการผลิตและการบริหารจัดการธุรกิจเกษตร (Agribusiness) ให้แก่เกษตรกรรายย่อย ผู้ประกอบการ SME ภาคเกษตร และสถาบันเกษตรกร เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการปรับตัวและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ
การผนึกกำลังระหว่างภาคการเงิน หน่วยงานวิจัย และหน่วยงานด้านการเกษตรในครั้งนี้ จึงไม่เพียงมุ่งแก้โจทย์ต้นทุนการผลิตที่เป็นความท้าทายสำคัญของเกษตรกร แต่ยังเป็นการวางรากฐานการเปลี่ยนผ่านภาคเกษตรกรรมไทยสู่การเกษตรที่ใช้ความรู้เป็นฐาน (Knowledge-based Agriculture) ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ เพิ่มรายได้ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
![]()














