ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้และปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถมองเห็นโอกาสใหม่และก้าวผ่านความท้าทายไปด้วยกัน บริษัท เอสซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SCG จึงเดินหน้าส่งต่อแนวคิดการสร้างโอกาสเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ผ่านแนวคิด “OPPORTUNITYVERSE – สร้างโอกาสในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยกัน” ภายในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2026 เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้เรียนรู้ ค้นหาศักยภาพของตนเอง พร้อมสัมผัสตัวอย่างการลงมือทำจริงของ SCG และเครือข่ายพันธมิตร ตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน ประเทศ ไปจนถึงภูมิภาคอาเซียน
SCG มุ่งนำเสนอแนวคิดที่สะท้อนให้เห็นว่า ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ทุกความท้าทายสามารถกลายเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ได้ หากทุกคนพร้อมเรียนรู้ ปรับตัว และร่วมมือกัน โดยการสร้างความยั่งยืนไม่ใช่ภารกิจขององค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่ต้องอาศัยพลังจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน เพื่อร่วมกันสร้างระบบเศรษฐกิจและสังคมที่เข้มแข็ง พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต
สำหรับไฮไลต์สำคัญภายในบูธ SCG ได้ออกแบบประสบการณ์ผ่าน 4 โซนหลัก ที่เชื่อมโยงแนวคิดการสร้างโอกาสจากจุดเริ่มต้นของตัวเอง ไปสู่การแบ่งปัน การสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และการขยายผลสู่ระดับภูมิภาค ประกอบด้วย
1\. SEE THE OPPORTUNITIES รู้จักตัวเอง เห็นโอกาส พร้อมปรับตัวรับโลกที่เปลี่ยนแปลง
เริ่มต้นจากการค้นหาศักยภาพและทำความเข้าใจตัวเอง เพราะการมองเห็นโอกาสใหม่ต้องเริ่มจากการรู้จักจุดแข็งและความสามารถของตนเอง โดยโซนนี้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมร่วมกิจกรรม “คุณคือใครในวันนี้?” เพื่อค้นพบ Character ของตัวเอง พร้อมเรียนรู้แนวทางการพัฒนาและปรับตัวให้สอดคล้องกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังนำเสนอแนวคิดการสร้าง “องค์กรแห่งโอกาส” (Organization of Possibilities) ของ SCG ที่ให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้เรียนรู้ ทดลองสิ่งใหม่ และพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมให้คนในองค์กรกล้าคิด กล้าลงมือทำ และสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
2\. SHARE THE OPPORTUNITIES แบ่งปันโอกาส สร้างความเข้มแข็งและเติบโตไปพร้อมกับชุมชน
เพราะการพัฒนาอย่างยั่งยืนต้องเติบโตไปพร้อมกันทุกระดับ SCG จึงนำเสนอ “โครงการประโยชน์สุข” ซึ่งน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน โดยมุ่งสร้างความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งดิน น้ำ ป่า และอากาศ ควบคู่กับการสร้างอาชีพและรายได้ การยกระดับสุขภาวะ และการพัฒนาผู้นำชุมชนให้มีความรู้ความสามารถในการขับเคลื่อนท้องถิ่นด้วยตนเอง
ภายในโซนนี้ ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้ตัวอย่างการดำเนินงานผ่าน 4 โครงการสำคัญ ได้แก่
* โรงเรียนผู้นำชุมชนประโยชน์สุข มุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนให้มีความรู้และทักษะในการบริหารจัดการชุมชน สามารถต่อยอดแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เกิดผลในพื้นที่จริง
* Logistics Academy ส่งเสริมองค์ความรู้และทักษะด้านโลจิสติกส์ เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้
* ชิงเก็บลดเผา สนับสนุนการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรและทรัพยากรในพื้นที่ป่า ลดการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศ
* ห้องเรียนปลอดฝุ่น สร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่ปลอดภัยจากฝุ่น PM2.5 เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็กและเยาวชน
ทั้ง 4 โครงการสะท้อนให้เห็นถึงการสร้างโอกาสที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการช่วยเหลือในระยะสั้น แต่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้ ทักษะ และความสามารถของคนในชุมชน เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างเข้มแข็ง และเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
3\. CONNECT THE OPPORTUNITIES เชื่อมพลังความร่วมมือระดับประเทศ สู่การเปลี่ยนผ่านสังคมคาร์บอนต่ำ
อีกหนึ่งตัวอย่างสำคัญของการสร้างโอกาสผ่านความร่วมมือ คือโครงการ “สระบุรีแซนด์บ็อกซ์” เมืองต้นแบบคาร์บอนต่ำแห่งแรกของประเทศไทย ที่ SCG ร่วมขับเคลื่อนผ่านแนวทาง Public-Private-People Partnership (PPPP) หรือความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน รวมถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อร่วมกันเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม
โครงการดังกล่าวให้ความสำคัญกับการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยมุ่งพัฒนาเมืองและภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตควบคู่ไปกับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่าน 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่
* พลังงานสะอาด (Clean Energy) ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือก ลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล
* อุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ยกระดับภาคอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
* เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดของเสีย และนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าเพิ่ม
* เกษตรกรรมคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Agriculture) สนับสนุนการทำเกษตรที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างโอกาสและรายได้ให้เกษตรกร
* การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Green Space) ส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่สีเขียวและฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเมืองกับธรรมชาติ
สระบุรีแซนด์บ็อกซ์จึงเป็นตัวอย่างของการเชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเปลี่ยนแนวคิดด้านความยั่งยืนให้เกิดผลลัพธ์จริงในระดับพื้นที่ และสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสู่การพัฒนาเมืองและพื้นที่อื่น ๆ ของประเทศได้ในอนาคต
4\. EXPAND THE OPPORTUNITIES ขยายองค์ความรู้และความร่วมมือ สู่อนาคตที่ยั่งยืนของอาเซียน
จากการสร้างโอกาสในระดับบุคคลและชุมชน สู่ความร่วมมือระดับประเทศ SCG ยังมุ่งขยายพลังการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระดับภูมิภาค ผ่านเวที ESG Symposium 2026 ภายใต้แนวคิด “ASEAN in Action: Powering Inclusive Green Transition” ซึ่งเป็น Open Collaboration Platform ที่ SCG และ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) ร่วมกับพันธมิตรทั้งระดับโลกและระดับประเทศ จัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมอง ตลอดจนร่วมกันกำหนดแนวทางความร่วมมือเพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสีเขียวของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน
เวทีดังกล่าวให้ความสำคัญกับ 3 วาระหลักที่มีบทบาทสำคัญต่ออนาคตของภูมิภาค ได้แก่
* Energy Transition การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และพัฒนาแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
* Just Transition การเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสอย่างทั่วถึง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง พร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิจ แรงงาน และชุมชนสามารถปรับตัวไปด้วยกัน
* Climate Adaptation การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และสร้างความพร้อมให้ภาคธุรกิจและสังคมในระยะยาว
การจัดเวที ESG Symposium 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือและองค์ความรู้จากหลากหลายภาคส่วน เพื่อผลักดันการเปลี่ยนผ่านสีเขียวให้เกิดขึ้นจริง ไม่เพียงในประเทศไทย แต่ยังรวมถึงประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน ซึ่งต้องเผชิญกับความท้าทายด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และสภาพภูมิอากาศร่วมกัน
ทั้ง 4 โซนภายในบูธ SCG สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า การสร้างอนาคตที่ยั่งยืนต้องเริ่มต้นจากการเปิดโอกาสให้ทุกคนค้นพบศักยภาพของตนเอง ก่อนส่งต่อโอกาสให้ชุมชน สร้างความร่วมมือในระดับประเทศ และขยายองค์ความรู้สู่ระดับภูมิภาค โดยเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับการลงมือทำจริง เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
SCG เชื่อมั่นว่า โอกาสไม่ได้เกิดขึ้นจากใครคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดขึ้นได้จากการร่วมมือและเชื่อมพลังของทุกคนเข้าด้วยกัน เพราะในวันที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้ที่พร้อมเรียนรู้ ปรับตัว และเปิดรับความร่วมมือ ย่อมสามารถเปลี่ยนความท้าทายให้เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งใหม่ได้ และเมื่อทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างโอกาส ก็จะนำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างสมดุล และสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการดูแลอย่างยั่งยืน
ผู้สนใจสามารถร่วมค้นหา “โอกาสของคุณในโลกที่เปลี่ยนไป” พร้อมสัมผัสประสบการณ์และเรียนรู้ตัวอย่างการสร้างโอกาสผ่านทั้ง 4 โซนไฮไลต์ได้ที่บูธ SCG ภายในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 6–15 พฤศจิกายน 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ โซน Better Community ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
![]()














