Thursday, November 5, 2026
9-PRU
previous arrow
next arrow
HomeFINANCIAL การเงินธ.ก.ส. ฉลองครบรอบ 60 ปี เดินหน้าสู่ “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” ชูบทบาทแกนกลางการเกษตร ยกระดับเกษตรกรไทยครบวงจร

ธ.ก.ส. ฉลองครบรอบ 60 ปี เดินหน้าสู่ “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” ชูบทบาทแกนกลางการเกษตร ยกระดับเกษตรกรไทยครบวงจร

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนา ตอกย้ำบทบาท “มากกว่าธนาคาร” ที่อยู่เคียงข้างเกษตรกรไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมเดินหน้าสู่การเป็น “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” มุ่งขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยตามแนวทาง “แกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture)” เชื่อมโยงเงินทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม และตลาดตลอดห่วงโซ่การผลิต เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สร้างรายได้ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยสู่ตลาดสากล

นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เป็นวันครบรอบ 60 ปีแห่งการสถาปนา ธ.ก.ส. ในฐานะสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเงินทุนและพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ จากจุดเริ่มต้นของการเป็นแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม เพื่อลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบของเกษตรกร สู่การขยายบทบาทในการส่งเสริมอาชีพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลผลิต เชื่อมโยงตลาด และพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างครบวงจร ภายใต้เจตนารมณ์การเป็น “มากกว่าธนาคาร” ที่พร้อมเคียงข้างเกษตรกรและชุมชน

ตลอด 6 ทศวรรษ ธ.ก.ส. ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละยุคสมัย โดยเริ่มจากการบุกเบิกสินเชื่อเพื่อการเกษตรในช่วงปี 2509–2519 เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรม ก่อนพัฒนารูปแบบสินเชื่อให้หลากหลายและเหมาะสมกับอาชีพเกษตรกรรมในทศวรรษที่ 2 พร้อมส่งเสริมสินเชื่อค้ำประกันร่วมกลุ่มสำหรับเกษตรกรที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ต่อมาในช่วงปี 2530–2539 ธ.ก.ส. ขยายบทบาทสู่การส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรผ่านการจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตและจำหน่ายผลผลิต ก่อนเดินหน้าส่งเสริมการพึ่งพาตนเองและสร้างวินัยทางการเงินในช่วงปี 2540–2549 ผ่านโครงการบัญชีครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ส่งเสริมการออม

เข้าสู่ทศวรรษที่ 5 ธ.ก.ส. ยกระดับบทบาทจากผู้ให้สินเชื่อสู่การเป็นผู้สนับสนุนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อพัฒนาเกษตรกรสู่ Smart Farmer ส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน สร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะกลุ่ม ควบคู่กับการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียวและการผลิตอาหารปลอดภัย

สำหรับทศวรรษที่ 6 ระหว่างปี 2560–2569 ธ.ก.ส. มุ่งยกระดับภาคเกษตรสู่ธุรกิจมูลค่าสูงและการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยนำแนวทางเศรษฐกิจ BCG Model มาใช้ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมดำเนินโครงการ BAAC Carbon Credit เพื่อสร้างโอกาสในการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิตให้แก่เกษตรกร ตลอดจนพัฒนาทายาทเกษตรกรสู่ Young Smart Farmer และยกระดับบริการทางการเงินดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน BAAC Mobile

นายฉัตรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ธ.ก.ส. จะมุ่งขับเคลื่อนภารกิจตามวิสัยทัศน์ “ธนาคารพัฒนาชนบทที่ยั่งยืน” โดยต่อยอดบทบาทการเป็น “แกนกลางการเกษตร (Essence of Agriculture)” ภายใต้แนวคิด “ลูกค้าแข็งแรง ธนาคารแข็งแรง” มุ่งเสริมสร้างศักยภาพลูกค้าอย่างครบวงจร ทั้งด้านเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม การเพิ่มมูลค่าผลผลิต และการตลาด เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการเกษตรสามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาด และสร้างรายได้อย่างมั่นคง

พร้อมกันนี้ ธ.ก.ส. ยังเดินหน้าบทบาท Market-maker ภายใต้กลยุทธ์ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล BAAC Matching ที่เชื่อมโยงการผลิตและการตลาดตลอดห่วงโซ่ เปิดโอกาสให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการเกษตรเข้าถึงตลาดได้มากขึ้น โดยผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าโดยตรงจากร้านค้าผู้ประกอบการลูกค้า ธ.ก.ส. ผ่านเว็บไซต์ https://baacmatching.baac.or.th นอกจากนี้ ยังมี BAAC Outlet ณ สาขา ธ.ก.ส. ทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรและสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงส่งเสริมระบบเศรษฐกิจชุมชนผ่านแนวคิด Small Local and Ecosystem กระตุ้นการบริโภคภายในท้องถิ่น สร้างการจ้างงานและโอกาสทางธุรกิจให้เกิดขึ้นในชุมชน

ด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม ธ.ก.ส. ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยร่วมกับชุมชนธนาคารต้นไม้กว่า 6,800 ชุมชน ในการประเมินและจำหน่ายคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้ผ่านโครงการ BAAC Carbon Credit เพื่อเพิ่มมูลค่าทรัพยากรธรรมชาติและสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2050

นอกจากนี้ ในโอกาสครบรอบ 60 ปี ธ.ก.ส. ยังร่วมกับกรมธนารักษ์จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจเกี่ยวเนื่องกับการก่อตั้งและการส่งเสริมพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศ โดยเหรียญผลิตจากคิวโปรนิกเกิล ขนาด 3.2 เซนติเมตร ราคาหน้าเหรียญ 20 บาท จัดทำจำนวน 250,000 เหรียญ ด้านหลังมีข้อความ “60 ปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร” พร้อมตราสัญลักษณ์ ธ.ก.ส.

นายฉัตรชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จของ ธ.ก.ส. ไม่ได้อยู่เพียงการเป็นแหล่งเงินทุน แต่คือการได้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย โดยธนาคารพร้อมสานต่อเจตนารมณ์การเป็นแกนกลางการเกษตร เชื่อมโยงเงินทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และตลาดเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต สร้างโอกาสทางธุรกิจ และเสริมศักยภาพเกษตรกรให้สามารถปรับตัวและแข่งขันได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลก พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง เติบโตอย่างสมดุล และยั่งยืนต่อไป

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า