Wednesday, February 11, 2026
3-TOA
previous arrow
next arrow
HomeFINANCIAL การเงินBANKS แบงค์นโยบาย Tariff รอบใหม่กับความโกลาหลของการค้าโลก : ใครได้ ใครเสีย

นโยบาย Tariff รอบใหม่กับความโกลาหลของการค้าโลก : ใครได้ ใครเสีย

หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง นโยบายทางเศรษฐกิจและการค้าของสหรัฐฯ ก็เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะแนวทาง “America First” ซึ่งให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ เป็นที่ตั้ง หนึ่งในเครื่องมือหลักที่รัฐบาลทรัมป์ใช้คือ มาตรการภาษีนำเข้า (Tariff) ซึ่งเคยเป็นหัวใจสำคัญของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในวาระแรก และมีแนวโน้มว่าจะถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในวาระที่สอง

นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการและ Chief Economist ของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ให้ความเห็นว่านโยบาย “ทรัมป์ 2.0” จะยังคงใช้ภาษีนำเข้าเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความได้เปรียบให้กับสหรัฐฯ ไม่ใช่เพียงเพื่อปกป้องภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศ แต่ยังเป็นกลยุทธ์ต่อรองทางการเมืองและความมั่นคงอีกด้วย เราเคยเห็นว่าสหรัฐฯ ใช้ภาษีนำเข้าเป็นอาวุธทางการค้ากับจีน และปรับเปลี่ยนข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ให้กลายเป็น ข้อตกลงสหรัฐฯ-เม็กซิโก-แคนาดา (USMCA) ซึ่งส่งผลให้พันธมิตรทางเศรษฐกิจหลายประเทศต้องยอมปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางของสหรัฐฯ

ในมุมมองของ Robert Lightizer หนึ่งในมันสมองของสงครามการค้า สหรัฐฯ ต้องมองจีนเป็นคู่แข่งอันดับหนึ่งทั้งในด้านเศรษฐกิจ การทหาร และความมั่นคง นโยบาย Tariff ของทรัมป์จึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงแค่ลดการขาดดุลการค้ากับจีน แต่ยังต้องการลดการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีน และสร้างงานภายในประเทศโดยเฉพาะในภาคการผลิต เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังเชื่อว่าหลายประเทศที่เป็นพันธมิตร เช่น เม็กซิโก แคนาดา และสหภาพยุโรป ต่างเคยได้รับผลประโยชน์จากการค้ากับสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งนำไปสู่ความพยายามในการปรับโครงสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าให้เป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ

สำหรับประเทศไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าใหม่จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก เนื่องจากไทยเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ มากที่สุด การขึ้นภาษีนำเข้าอาจส่งผลให้สินค้าไทยบางประเภทเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นในการส่งออกไปยังสหรัฐฯ แนวทางที่เป็นไปได้สำหรับไทยคือ การเปิดตลาดให้กับสินค้าและธุรกิจสหรัฐฯ มากขึ้น หรือเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ เพื่อลดแรงกดดันด้านดุลการค้า อย่างไรก็ตาม หากสงครามการค้าขยายวงกว้างขึ้น อาจส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลต่อสภาพคล่องและต้นทุนทางการเงินของตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย

โดยสรุป นโยบาย Tariff รอบใหม่ของทรัมป์อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบบการค้าโลก สหรัฐฯ จะยังคงใช้พลังทางเศรษฐกิจเป็นเครื่องมือต่อรองเพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุดของตนเอง ขณะที่ประเทศคู่ค้ารวมถึงไทยอาจต้องปรับกลยุทธ์ใหม่เพื่อรักษาความได้เปรียบทางการค้าและลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของนโยบายสหรัฐฯ ในอนาคต

Loading

RELATED ARTICLES
SUP
previous arrow
next arrow

Most Popular

PDPA Icon

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ เราใช้คุกกี้ คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ของคุณได้ที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    Cookies Details

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

บันทึกการตั้งค่า