สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ของนายหน้านิติบุคคลในระบบประกันภัยไทย ปี 2567 โดยพบว่าเบี้ยประกันภัยที่เสนอขายผ่านนายหน้านิติบุคคลมีมูลค่ารวมกว่า 448,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.75 จากปีก่อนหน้า คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 47.8 ของเบี้ยประกันภัยรวม สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของนายหน้านิติบุคคลในฐานะตัวกลางที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้มากขึ้น
โดยแบ่งออกเป็นเบี้ยประกันชีวิต 249,900 ล้านบาท และเบี้ยประกันวินาศภัย 198,783 ล้านบาท ซึ่งในกลุ่มประกันชีวิตนั้น ประกันชีวิตประเภทสามัญเป็นผลิตภัณฑ์หลัก คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 76 ของเบี้ยประกันชีวิตรวม และมีอัตราการเติบโต 4.01% สะท้อนถึงการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างหลากหลาย
ในทางกลับกัน ประกันชีวิตกลุ่มกลับมีแนวโน้มลดลงถึง 5.86% จากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่วนประกันวินาศภัยยังคงมี “ประกันภัยรถยนต์” เป็นผลิตภัณฑ์หลัก คิดเป็น 57% ของเบี้ยประกันวินาศภัยรวม แต่มีการลดลง 1.71% เช่นกัน สอดคล้องกับภาวะชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์
ข้อมูล ณ สิ้นปี 2567 ระบุว่ามีนายหน้านิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตรวมทั้งสิ้น 760 บริษัท แบ่งเป็นธนาคาร 18 แห่ง และนิติบุคคลที่ไม่ใช่ธนาคาร 742 บริษัท โดยมีผู้ได้รับใบอนุญาตใหม่จำนวน 15 บริษัท และมีผู้ไม่ต่อใบอนุญาต 26 บริษัท
สำนักงาน คปภ. จึงเร่ง ยกระดับมาตรการกำกับดูแลเชิงรุก โดยกำหนดให้นายหน้านิติบุคคลต้องมีระบบควบคุมคุณภาพการเสนอขายผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของนายหน้าบุคคลธรรมดาในสังกัด พร้อมคัดเลือกบุคลากรที่มีคุณสมบัติและได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันการเสนอขายโดยบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้มี ช่องทางการชำระเบี้ยประกันภัยแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการทุจริต และอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เอาประกันภัย
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. แนะนำประชาชนตรวจสอบสถานะตัวแทนหรือนายหน้าก่อนทำธุรกรรม ผ่านเว็บไซต์ https://smart.oic.or.th/EService/Menu1 หากพบข้อมูลไม่ตรงหรือไม่พบชื่อ ควรงดทำธุรกรรมและหลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลส่วนบุคคล
หากมีข้อสงสัย หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ www.oic.or.th
![]()














