อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันครั้งใหญ่จากความไม่แน่นอนด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะภาษีในอัตราสูงถึง 36% ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะคงอยู่หรือมีแนวโน้มลดลง ซึ่งประเด็นนี้กำลังกลายเป็น “เกมตัดสิน” ของผู้ส่งออกไทยในตลาดที่ใหญ่ที่สุดของอุตสาหกรรมนี้
ภาษี 36% ยังไม่ขยับ…แต่กระแสความกังวลพุ่ง

ดร.ชาญชัย สิริเกษมเลิศ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ (THTI) กล่าวว่า ข้อมูลจากแหล่งอุตสาหกรรมระบุว่า ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาเป็นตลาดส่งออกสิ่งทอหลักของไทย โดยครองสัดส่วนสูงถึง 68% ของการส่งออกทั้งหมดในภาคส่วนเครื่องนุ่งห่ม แม้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.–พ.ค.) มูลค่าการส่งออกสะสมจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา และมีการเติบโตในกลุ่มเครื่องนุ่งห่มราว 10% แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เมฆหมอกของภาษี” ยังคงปกคลุมอยู่
สหรัฐฯ กำลังอยู่ระหว่างการประเมินว่าจะปรับลดหรือคงภาษีนำเข้าจากไทยในระดับ 36% ซึ่งหากยังคงระดับเดิมต่อไป หรือเลวร้ายกว่านั้นคือมีแนวโน้มขึ้นภาษีในอนาคต ผู้ประกอบการไทยจะได้รับผลกระทบเต็ม ๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพิงการส่งออกไปสหรัฐฯ เป็นหลัก
“ภาษี” ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือตัวแปรชี้ชะตา
ภาษีในระดับสูงกลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งที่มีข้อตกลงทางการค้าพิเศษ เช่น เวียดนาม บังกลาเทศ หรือเม็กซิโก ที่อาจได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีมากกว่า หากไทยไม่มีการตอบโต้เชิงนโยบาย หรือปรับตัวทางยุทธศาสตร์ให้ทันท่วงที ความสามารถในการแข่งขันจะหายไปอย่างรวดเร็ว
ในทางกลับกัน วิกฤตครั้งนี้อาจกลายเป็นโอกาสสำหรับผู้ผลิตสิ่งทอในกลุ่ม upstream หรือกลุ่มวัสดุ (material) ที่นำเข้าจากจีนหรือประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากจีนเองก็อยู่ภายใต้แรงกดดันด้านภาษีนำเข้าเช่นกัน ทำให้ผู้ผลิตไทยที่มีความคล่องตัวในการปรับกระบวนการผลิต มีโอกาสปรับฐานห่วงโซ่อุปทานใหม่เพื่อสร้างความได้เปรียบ
การปรับตัวคือหัวใจของการอยู่รอด
ผู้ประกอบการไทยที่สามารถประคองตัวอยู่ในสถานการณ์นี้ได้ล้วน “ไม่ธรรมดา” เพราะอุตสาหกรรมสิ่งทอเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีพลวัตสูงที่สุด ทั้งในมิติของรสนิยมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว วิกฤตโลกร้อน ความยั่งยืน (Sustainability) ตลอดจนวิถีชีวิตใหม่ของผู้บริโภคในยุคหลังโควิด
การปรับตัวจึงไม่ใช่แค่การตัดเย็บดีไซน์ใหม่ แต่คือการปฏิวัติในทุกด้าน ตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การใช้วัสดุรักษ์โลก การจัดการกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีสะอาด ไปจนถึงการเจาะตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง แอฟริกา หรือกลุ่มประเทศ CLMV ที่กำลังเติบโต
GFT 2025 – พื้นที่พิสูจน์ “นักรบแห่งสิ่งทอ”
เวทีแสดงสินค้าอย่าง GFT (Garment & Textile Fair) ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทย ยังคงเป็นด่านสำคัญในการแสดงพลังของผู้ประกอบการไทยที่ “ยังยืนอยู่ได้” ท่ามกลางพายุเศรษฐกิจโลก ผู้ที่สามารถเข้าร่วมงานนี้ได้มักเป็นผู้ที่มีนวัตกรรมและกลยุทธ์การปรับตัวอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ วงการสิ่งทอไทยต่างจับตาอย่างใกล้ชิดต่อท่าทีของสหรัฐฯ ในเรื่องภาษีนำเข้า โดยคาดว่าภายในครึ่งหลังของปีนี้จะเริ่มเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น หากยังไม่มีความชัดเจนจากฝั่งอเมริกา ผู้ประกอบการไทยอาจต้องตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ว่าจะ “สู้” หรือ “แปรขบวน” ไปยังตลาดใหม่
จากภาษี สู่อนาคต…อุตสาหกรรมสิ่งทอไทยจะเลือกเดินอย่างไร?
สถานการณ์ในวันนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย จากอุตสาหกรรมที่เคยส่งออกแบบเดิมๆ ไปสู่การเป็น ผู้ผลิตที่มีความยั่งยืน แตกต่าง และแข่งขันได้ในตลาดโลก หากสามารถใช้วิกฤตนี้เป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง ไม่เพียงแต่จะผ่านพ้นภาษี 36% แต่ยังสามารถยกระดับทั้งอุตสาหกรรมให้ก้าวไกลกว่าที่เคย
![]()














