กรุงเทพฯ – บริษัท โอสถสภา ประกาศความสำเร็จในการขับเคลื่อน ESG ระยะแรก หลังจากเริ่มวางกรอบการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตั้งแต่ปี 2562 ด้วยแนวคิด “ธุรกิจเติบโตควบคู่กับผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” โดยวันนี้โอสถสภาสามารถบรรลุเป้าหมายระยะแรกในการสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งด้านสุขภาพผู้บริโภค การลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน
อร่อยและสุขภาพดีไปพร้อมกัน
เพื่อสนองความต้องการผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ โอสถสภาปรับสูตรเครื่องดื่มทั้งหมดให้มีน้ำตาลต่ำกว่า 6% จากเดิมเฉลี่ย 12.5% โดยยังคงรสชาติความอร่อยและเพิ่มคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐในการลดการบริโภคน้ำตาล
ลดที่เรา เบาที่โลก
ด้าน Sustainable Packaging โอสถสภาวางเป้าหมายปี 2030 ให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมดสามารถรีไซเคิล ใช้ซ้ำ หรือย่อยสลายได้เอง ปัจจุบันสามารถยกเลิกการใช้พลาสติก PVC ในบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด และลดน้ำหนักบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดแก้วเครื่องดื่ม M-150 ลดลง 15% พร้อมคงความแข็งแรง ช่วยลดทรัพยากรธรรมชาติและก๊าซเรือนกระจก
เติบโตร่วมกับคู่ค้าและห่วงโซ่อุปทาน
โอสถสภาสนับสนุนคู่ค้าและเกษตรกรรายย่อยกว่า 1,000 ราย ผ่านโครงการต่างๆ เพื่อให้ปฏิบัติตามหลัก ESG เช่น การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกฝังเกษตรกรรมยั่งยืน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสร้างผลผลิตปลอดภัยต่อผู้บริโภค
ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรับมือ Climate Change
ด้านการบริหารจัดการน้ำ โอสถสภาสามารถลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตได้ 35.04% ต่อรายได้ เทียบกับปีฐาน 2561 ส่วนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ลดได้ถึง 44.33% ต่อรายได้ สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
ความสำเร็จนี้ทำให้โอสถสภาคว้ารางวัล Industry Mover จาก S&P Global 2 ปีซ้อน (2566–2567) โดยปี 2567 เป็นบริษัทเดียวในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มโลกที่ได้รับรางวัล
ก้าวต่อไป: ขยายกรอบความยั่งยืน 2573
โอสถสภาขยายกรอบความยั่งยืนครอบคลุม 7 ประเด็น ได้แก่ 5 ประเด็นเดิม และ 2 ประเด็นใหม่ คือ
1. Human Capital Development and Labor Practices – ปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กร A-C-T ส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียมในที่ทำงาน
2. Waste Management – ยกระดับการจัดการของเสียตลอดห่วงโซ่คุณค่า นำขยะขวดแก้วกลับมาใช้ประโยชน์ สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน และสร้างคุณค่าเชิงเศรษฐกิจ
นาง วรรณิภา ภักดีบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารโอสถสภา กล่าวว่า “ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่พนักงาน คู่ค้า ไปจนถึงหน่วยงานรัฐ ทำให้ความยั่งยืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ขององค์กร และเป็นแรงผลักดันให้โอสถสภาก้าวสู่เป้าหมายระยะยาวอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
แผนความยั่งยืนระยะ 2569–2573 ของโอสถสภาตอกย้ำบทบาทผู้นำอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย มุ่งยกระดับการพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่กับการเติบโตของธุรกิจ พัฒนาสังคม และดูแลสิ่งแวดล้อม
![]()













