ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงวัย และแรงกดดันด้านค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ธุรกิจประกันชีวิตไทยกำลังเข้าสู่ช่วง “เปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้าง” อย่างชัดเจน และหนึ่งในผู้เล่นที่กำลังขยับตำแหน่งทางการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญคือ พรูเด็นเชียล ประเทศไทย
ผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา ถือเป็นภาพสะท้อนสำคัญของการปรับตัวดังกล่าว โดยบริษัทสามารถสร้างการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (APE) ได้ถึง 13% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่เติบโตเพียง 6% และส่งผลให้ขยับขึ้นสู่อันดับ 5 ของตลาดประกันชีวิตไทยอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่เพียง “ความสำเร็จเชิงปริมาณ” แต่เป็นผลลัพธ์ของการวางกลยุทธ์ที่สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับ “ความมั่นคงในชีวิต” มากขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพ การวางแผนเกษียณ และการบริหารความมั่งคั่ง
นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พรูเด็นเชียล ประเทศไทย ระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนทิศทางที่บริษัทดำเนินมาอย่างถูกต้อง ภายใต้แนวคิด “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ซึ่งไม่ได้มองเพียงการขายผลิตภัณฑ์ แต่เน้นการเข้าใจความต้องการเชิงลึกของลูกค้าในแต่ละช่วงชีวิต
“เราไม่ต้องการเป็นเพียงบริษัทประกันชีวิต แต่ต้องการเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าไว้วางใจได้ในทุกช่วงเวลาของชีวิต ความสำเร็จในปีที่ผ่านมาเป็นเครื่องยืนยันว่าแนวทางนี้ตอบโจทย์ตลาด และในปีนี้เราจะต่อยอดไปอีกขั้น” นายบัณฑิต กล่าว
จากฐานความสำเร็จดังกล่าว บริษัทจึงเดินหน้าเปิดเกมรุกในปี 2026 ผ่านแคมเปญ “Peace of Mind” ซึ่งถูกวางให้เป็นมากกว่าแคมเปญการตลาด แต่เป็น “แกนกลางของโมเดลธุรกิจใหม่” ที่มุ่งสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้าในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
ภายใต้แนวคิดนี้ พรูเด็นเชียลได้รีโพซิชันตัวเองสู่บทบาท “The Future Protector” หรือผู้ดูแลอนาคตของลูกค้าในทุกมิติ ครอบคลุมทั้งสุขภาพ การเงิน และความมั่นคงระยะยาว โดยเน้นการออกแบบโซลูชันแบบเฉพาะบุคคล (personalized solutions) ที่สามารถตอบโจทย์ความเสี่ยงที่แตกต่างกันของแต่ละคน
แกนยุทธศาสตร์สำคัญของปี 2026 ถูกวางไว้บน 3 เสาหลัก ได้แก่ การยกระดับประสบการณ์ลูกค้า (Enhancing Customer Experience) การใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน (Technology-Powered Distribution) และการปรับโมเดลธุรกิจสุขภาพ (Transforming Health Business Model)
ในมิติของเทคโนโลยี บริษัทให้ความสำคัญกับการนำ Advanced Data Analytics มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า การประเมินความเสี่ยง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มทั้งความแม่นยำในการให้บริการและประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุน
ขณะเดียวกัน บริษัทเดินหน้าสร้าง “ความแข็งแกร่งเชิงระบบ” ผ่านการบริหารพอร์ตประกันสุขภาพอย่างสมดุล (Healthy Portfolio) และการรักษาระดับอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio: CAR) ให้อยู่ในระดับสูง เพื่อรองรับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่โดดเด่นคือการขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่ม High Net Worth (HNW) โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เชื่อมโยงทั้งการวางแผนเกษียณ สุขภาพ และการบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
“เรามองว่าการเติบโตในอนาคตจะไม่ได้มาจากจำนวนลูกค้าเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากคุณค่าที่เราสร้างให้กับลูกค้าแต่ละราย (lifetime customer value) ดังนั้น การพัฒนาโซลูชันแบบองค์รวมจึงเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์” นายบัณฑิต กล่าว
ในมิติของ Health Ecosystem พรูเด็นเชียลยังเร่งสร้างเครือข่ายพันธมิตรโรงพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าแบบ end-to-end ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การรักษา ไปจนถึงการเคลมที่รวดเร็วและโปร่งใส โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพคอยดูแลลูกค้าในทุกขั้นตอน
นอกจากนี้ บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรองรับแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น แผนความคุ้มครองที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน และสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพโดยไม่กระทบต่อแผนการเงินในระยะยาว
ในมุมของภาพใหญ่ พรูเด็นเชียลประเมินว่า ผู้บริโภคไทยกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้าน “Financial Wellbeing” มากขึ้น โดยมี 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของครอบครัว ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นตัวเร่งให้ความต้องการประกันชีวิตและสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ผลการดำเนินงานปี 2025 ยังสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยกำไรจากการดำเนินงานและกำไรธุรกิจใหม่เติบโต 12% ขณะที่กระแสเงินสดส่วนเกินและเงินปันผลเพิ่มขึ้น 15% พร้อมทั้งครองอันดับ 1 ด้าน Digital Market และความพึงพอใจของลูกค้าเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า พรูเด็นเชียล ประเทศไทย กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ขายประกัน” ไปสู่ “ผู้บริหารความเสี่ยงชีวิต” อย่างเต็มรูปแบบ
ในโลกที่ความไม่แน่นอนกลายเป็น “เรื่องปกติใหม่” (new normal) กลยุทธ์ของพรูเด็นเชียลจึงไม่ได้มุ่งเพียงการเติบโตระยะสั้น แต่เป็นการสร้างความยั่งยืนของธุรกิจผ่านความไว้วางใจของลูกค้าในระยะยาว
และในบริบทนี้ “Peace of Mind” จึงไม่ใช่เพียงคำสื่อสารทางการตลาด แต่กำลังกลายเป็น “คำมั่นเชิงระบบ” ขององค์กร ที่ตั้งเป้าจะเป็นหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิตคนไทยในทุกช่วงเวลา
![]()













