บริษัท บริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด หรือ SAM ร่วมกับ ศาลแพ่งตลิ่งชัน ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ภายใต้โครงการ “ร่วมใจไกล่เกลี่ย 2569” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและลูกหนี้เข้าถึงแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ การเจรจาไกล่เกลี่ย และมาตรการช่วยเหลือทางการเงินได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และใกล้ชิดมากขึ้น ผ่านความร่วมมือระหว่างศาลและ SAM
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ ศาลแพ่งตลิ่งชันได้เปิดพื้นที่รองรับลูกหนี้ที่มีหนี้เสียไม่เกิน 1 แสนบาท ในพื้นที่ตลิ่งชัน และผู้ที่ได้รับหนังสือเชิญเข้าร่วมงาน “ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน” เพื่อเข้ามาปรึกษาปัญหาหนี้ ตรวจสอบสิทธิ์ และรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขปัญหาทางการเงินโดยตรงกับเจ้าหน้าที่ของ SAM โดยประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงสามารถ Walk-in เข้าร่วมกิจกรรมได้เช่นกัน
สำหรับงาน “ปิดหนี้ไวใกล้บ้าน” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–21 มิถุนายน 2569 เวลา 09.00–16.00 น. ณ ห้องประชุม ชั้น 6 ศาลแพ่งตลิ่งชัน แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ
นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ SAM กล่าวว่า ปัญหาหนี้รายย่อยไม่ใช่เพียงภาระทางการเงินของบุคคล แต่เป็นการช่วยให้คนตัวเล็กสามารถลุกขึ้นยืนได้อย่างมีศักดิ์ศรี และกลับมามีโอกาสทางการเงินอีกครั้ง โดยผลลัพธ์ไม่ใช่แค่การปิดหนี้ แต่ยังเป็นการช่วยแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งถือเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ทั้งนี้ SAM ในฐานะ Social AMC มุ่งสร้างสมดุลระหว่างภารกิจทางเศรษฐกิจควบคู่กับการช่วยเหลือสังคม พร้อมเชื่อว่าความร่วมมือกับศาลแพ่งตลิ่งชันครั้งนี้จะเป็นต้นแบบ (Pilot Project) ที่สามารถต่อยอดสู่หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ เพื่อขยายเครือข่ายความช่วยเหลือ และสร้าง Ecosystem การแก้หนี้ภาคประชาชนที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส และยั่งยืน
“แม้ปัจจุบัน SAM จะพัฒนาช่องทางออนไลน์สำหรับตรวจสอบสิทธิ์ ลงทะเบียน และทำธุรกรรมทางการเงินเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนแล้ว แต่จากประสบการณ์ด้านการปรับโครงสร้างหนี้มาอย่างยาวนาน ทำให้เข้าใจว่าลูกหนี้จำนวนหนึ่งยังต้องการพูดคุยหรือรับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่โดยตรง ซึ่งช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือ สร้างความเข้าใจ และเพิ่มความเชื่อมั่นในกระบวนการแก้หนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม” นางสาวนารถนารี กล่าว
ด้านนายกฤษฏิ์พงศ์ ผดุงพัฒโนดม อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งตลิ่งชัน กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างกลไกช่วยเหลือประชาชนให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และเป็นธรรม โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินและข้อพิพาททางการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความมั่นคงของครอบครัว และเศรษฐกิจโดยรวม
พร้อมระบุว่า ปัจจุบันบทบาทของศาลยุติธรรมไม่ได้จำกัดเพียงการวินิจฉัยชี้ขาดข้อพิพาท แต่ยังมุ่งเน้นการอำนวยความยุติธรรมเชิงรุก ผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเจรจาหาทางออกร่วมกัน ลดค่าใช้จ่าย ลดระยะเวลาในการดำเนินคดี และรักษาความสัมพันธ์ระหว่างคู่กรณี
“การไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านหนี้สิน เป็นอีกแนวทางที่ช่วยให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้มีโอกาสพูดคุยกันอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้กระบวนการที่เป็นกลาง โปร่งใส และเป็นธรรม อันจะนำไปสู่การปรับโครงสร้างหนี้ การผ่อนชำระ หรือแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของแต่ละฝ่าย ซึ่งจะช่วยลดจำนวนคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล และช่วยให้ประชาชนกลับมาดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง” นายกฤษฏิ์พงศ์ กล่าว
![]()














