การเคหะแห่งชาติ เดินหน้ายกระดับการดำเนินงานตามนโยบายของ นิกร โสมกลาง สู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน “โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย” ภายใต้แนวคิด Sustainable Affordable Housing มุ่งขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การดำเนินงานระยะนี้ถือเป็นการ “เร่งเครื่องเชิงระบบ” เพื่อลดข้อจำกัดด้านราคา การเงิน และการเข้าถึงที่อยู่อาศัย พร้อมเดินหน้าภารกิจสำคัญ 10 ด้านที่มีเป้าหมายชัดเจนและสามารถวัดผลได้
สำหรับ “โครงการบ้านเคหะเพื่อคนไทย” ตั้งเป้าพัฒนา 20,000 หน่วย และในปี 2569 เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีรวม 15,252 หน่วย โดยออกแบบตามหลัก Universal Design รองรับคนทุกช่วงวัยอย่างเท่าเทียม เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน โครงการฟื้นฟูเมืองดินแดงมีความคืบหน้ารวม 20,292 หน่วย โดยอาคาร G และ D1 เปิดให้เข้าอยู่อาศัยแล้ว ส่วนอาคาร A1 จำนวน 635 หน่วย คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธันวาคม 2569 และอาคาร D2 จำนวน 612 หน่วย คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2570 พร้อมขยายการพัฒนาไปยังพื้นที่ห้วยขวาง รามอินทรา ทุ่งสองห้อง และบ่อนไก่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตในเขตเมืองอย่างเป็นระบบ
นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนผ่านแนวคิด Silver & Care Economy ส่งเสริมทักษะอาชีพ การดูแลผู้สูงอายุ การค้าขายออนไลน์ และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่มเปราะบางอย่างยั่งยืน
ในมิติด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ การเคหะแห่งชาติเตรียมจัดทำ “ห้องปลอดฝุ่น PM2.5” ในชุมชนเมือง 7 แห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพอากาศและสุขภาวะของผู้อยู่อาศัย ควบคู่กับการบริหารจัดการขยะและของเสียอย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดและน่าอยู่
ด้านพลังงานสะอาด ได้ติดตั้ง Solar Rooftop แล้ว 34 โครงการ และมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 15 โครงการ พร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และพัฒนา EV Charging ในโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ขณะเดียวกัน ยังเร่งนำโครงการและอาคารคงเหลือกลับมาใช้ประโยชน์ โดยปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรของรัฐ รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาสัญญาเช่า เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและเสริมความเชื่อมั่นให้ประชาชนมีความชัดเจนในสิทธิของตนเอง
ในส่วนของการบริหารจัดการทรัพย์สิน การเคหะแห่งชาตินำที่ดินใน Land Bank รวมถึงทรัพย์สินรอการพัฒนา (Sunk Cost) มาวางแผนสร้างรายได้ภายใต้แผนวิสาหกิจปี 2569–2575 ทั้งในรูปแบบโครงการเร่งด่วน และการให้เช่าระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเพิ่มมูลค่าและศักยภาพของทรัพย์สิน พร้อมเปิดความร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาที่ดินและโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อร่วมลงทุนและต่อยอดการใช้ประโยชน์ทรัพยากรของรัฐให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
นอกจากนี้ ยังเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง อาทิ การลดค่าเช่า 300–500 บาทต่อเดือน ตลอดปี 2569 และแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ มีบ้านใหม่กับ กคช. 2026” ที่ลดราคาสูงสุด 20% มัดจำเริ่มต้น 1,000 บาท และสามารถผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี ครอบคลุมกว่า 60 โครงการทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้ ยังเตรียมพัฒนาโครงการรองรับสังคมผู้สูงอายุในพื้นที่บางละมุง จำนวน 1,696 หน่วย และร่มเกล้า จำนวน 1,000 หน่วย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ
นายทวีพงษ์ กล่าวย้ำว่า การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการพัฒนาที่อยู่อาศัย แต่เป็นการเชื่อมโยงการพัฒนาในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างรอบด้าน ให้ประชาชนเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม มีรายได้ มีความมั่นคง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน
![]()














