ประเทศไทยสร้างความสำเร็จครั้งสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคอุตสาหกรรม หลังมาตรการ “ทดแทนปูนเม็ด (Clinker Substitution)” ภายใต้สาขากระบวนการทางอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ (IPPU) สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสะสมได้กว่า 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า นับตั้งแต่ปี 2562 ถึงปัจจุบัน เร็วกว่ากรอบเป้าหมาย Thailand NDC Roadmap โดยมี “ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก” หรือ “ปูนลดโลกร้อน” เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันภาคก่อสร้างสู่สังคมคาร์บอนต่ำ
ความสำเร็จดังกล่าวได้รับการประกาศในงาน “TCMA at 20” พร้อมพิธีมอบรางวัลเกียรติยศแก่ 34 ภาคีร่วมดำเนินการ ภายใต้การสนับสนุนของ 6 กระทรวง โดยมี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธี
นายวราวุธ กล่าวว่า ความสำเร็จของมาตรการทดแทนปูนเม็ดสะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันขับเคลื่อนนโยบายด้านการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรมไทย
“การลดก๊าซเรือนกระจกจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทุกภาคส่วนร่วมมือกันตั้งแต่นโยบาย เทคโนโลยี ไปจนถึงการนำไปใช้จริง ความสำเร็จครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero 2050” นายวราวุธกล่าว
ด้าน นายสุรชัย นิ่มละออ นายกสมาคมอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ไทย (TCMA) กล่าวว่า ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาการ และภาควิชาชีพ ที่ร่วมกันวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐาน และผลักดันการใช้งานจริงทั่วประเทศ
ปัจจุบัน ปูนซีเมนต์ไฮดรอลิก ได้กลายเป็นวัสดุก่อสร้างหลักของประเทศ ถูกนำไปใช้ในโครงการก่อสร้างทั้งโครงสร้างพื้นฐาน อาคารสาธารณะ โรงงานอุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัย ช่วยลดการใช้ปูนเม็ด ซึ่งเป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนสำคัญ โดยยังคงคุณสมบัติด้านความแข็งแรงตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 2594
ผลการดำเนินงานยังแสดงให้เห็นว่า ในปี 2564 ประเทศไทยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 300,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เร็วกว่ากรอบเวลาใน Thailand NDC Roadmap ถึง 9 ปี ขณะที่ช่วงปี 2565-2566 ลดเพิ่มเติมได้มากกว่า 1 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ส่งผลให้ยอดสะสมตั้งแต่ปี 2562 สูงกว่า 3.8 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนบทบาทของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership) ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเป็นต้นแบบที่สามารถต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น รวมถึงขยายผลในระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย Net Zero 2050 ของประเทศ
![]()















