นันยางเดินเกม Collaboration เชื่อมแบรนด์รองเท้าผ้าใบไทยเข้ากับ Music & Lifestyle จับมือ “โจอี้ ภูวศิษฐ์” เปิดตัวรองเท้ารุ่นพิเศษ “โฮม” [Nanyang × Phuwasit 2026 Edition] ใช้ Storytelling จากเส้นทางเด็กร้อยเอ็ดสู่ศิลปินเจ้าของเพลงร้อยล้านวิว สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ผ่านเรื่องราวบ้านเกิดและรากเหง้า เปิด Pre-order ราคา 899 บาท ถึง 20 สิงหาคม 2569 พร้อมใช้โมเดลผลิตตามยอดสั่งจอง ไม่มีผลิตเพิ่มหรือผลิตซ้ำ
นันยางเดินหน้าขยายภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านกลยุทธ์ Brand Collaboration เปิดตัวรองเท้าผ้าใบรุ่นพิเศษ “โฮม” [Nanyang × Phuwasit 2026 Edition] ที่ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวกับศิลปิน “โจอี้ ภูวศิษฐ์” นำเส้นทางชีวิตจากเด็กธรรมดาในจังหวัดร้อยเอ็ด สู่ศิลปินเจ้าของผลงานเพลงร้อยล้านวิว มาเป็นแกนในการออกแบบและสื่อสารผลิตภัณฑ์
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางของนันยางในการนำสินค้าที่อยู่คู่กับผู้บริโภคไทยมาเชื่อมต่อกับวัฒนธรรมร่วมสมัย ผ่านศิลปินและเรื่องราวที่มีความผูกพันกับตัวแบรนด์ จาก “โจอี้ที่ใส่นันยาง” สู่ “นันยางรุ่นของโจอี้” เปลี่ยนรองเท้าผ้าใบธรรมดาให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราวและคุณค่าทางความรู้สึกร่วมกับผู้บริโภค
ใช้ Storytelling เชื่อม “ร้อยเอ็ด–ร้อยล้านวิว”
หนึ่งในจุดขายสำคัญของ Nanyang × Phuwasit 2026 Edition คือการนำ Storytelling มาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ โดยหยิบเส้นทางการเติบโตของโจอี้ ภูวศิษฐ์ ซึ่งเริ่มต้นจากเด็กธรรมดาที่สวมรองเท้านันยาง ก่อนเติบโตบนเส้นทางดนตรีจนมีผลงานที่ได้รับความนิยมระดับร้อยล้านวิว มาเชื่อมกับแนวคิดเรื่องการไม่ลืมบ้านเกิดและตัวตน
ชื่อ “HOME (โฮม)” จึงถูกสร้างให้มีความหมายสองมิติ โดย “Home” ในภาษาอังกฤษหมายถึงบ้านและพื้นที่แห่งความอบอุ่น ขณะที่คำว่า “โฮม” ในภาษาอีสานหมายถึงการชุมนุมหรือการมารวมตัวกัน สื่อถึงบ้านเกิด รากเหง้า ครอบครัว และผู้คนที่เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดสู่การออกแบบผลิตภัณฑ์ ด้วยตัวรองเท้า ผ้าใบยีนส์สีดำ และพื้นด้านในรองเท้า ลายผ้าขาวม้า เติมอัตลักษณ์ความเป็นท้องถิ่นลงในดีไซน์ร่วมสมัย และสร้างความแตกต่างจากรองเท้านันยางรุ่นปกติ
ใช้ Pre-order บริหารดีมานด์ ผลิตเท่ายอดจอง
ในเชิงธุรกิจ นันยางเลือกทำตลาดรองเท้ารุ่นพิเศษผ่านโมเดล Pre-order โดยกำหนดราคาจำหน่าย 899 บาทต่อคู่ มีขนาดตั้งแต่ 28–48 เทียบเท่ารองเท้านันยางรุ่น 205-S และเปิดรับคำสั่งซื้อถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ผ่าน Nanyang LazMall Flagship Store บน Lazada
จุดสำคัญคือบริษัทกำหนดให้ ผลิตตามจำนวนคำสั่งจองเท่านั้น โดยไม่มีการผลิตเพิ่มหรือผลิตซ้ำ ซึ่งนอกจากช่วยควบคุมปริมาณการผลิตให้สอดคล้องกับดีมานด์แล้ว ยังสร้างความพิเศษให้กับสินค้าในฐานะรุ่นเฉพาะของความร่วมมือครั้งนี้
โมเดลดังกล่าวยังช่วยให้นันยางสามารถใช้ช่องทาง E-commerce เป็นช่องทางหลักในการรวบรวมคำสั่งซื้อและวัดความต้องการของตลาดก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต ลดความเสี่ยงด้านสต๊อกสินค้า ขณะเดียวกันข้อจำกัดด้านจำนวนและระยะเวลาการสั่งซื้อยังช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจภายในช่วงเวลาที่กำหนด
จากรองเท้านักเรียน สู่ Lifestyle Brand
การจับมือกับโจอี้ ภูวศิษฐ์ ยังสะท้อนการขยายพื้นที่ของนันยางจากภาพจำของ “รองเท้าผ้าใบที่คนไทยคุ้นเคย” ไปสู่สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่สามารถเชื่อมต่อกับผู้บริโภครุ่นใหม่ผ่านดนตรี ศิลปิน และวัฒนธรรมท้องถิ่น
แทนที่จะใช้ Celebrity Marketing เพียงเพื่อสร้างการรับรู้ ความร่วมมือครั้งนี้เลือกนำเรื่องราวจริงระหว่างศิลปินกับผลิตภัณฑ์มาเป็นจุดเชื่อมสำคัญ ทำให้ Collaboration มีที่มาที่ไป และสามารถต่อยอดเป็นเรื่องราวทางการตลาดได้ตั้งแต่ชื่อรุ่น ดีไซน์ ไปจนถึงรูปแบบการจำหน่าย
“Nanyang HOME” จึงเป็นอีกความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของแบรนด์ไทยในการใช้ Collaboration + Storytelling + Limited Pre-order สร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าที่ผู้บริโภคคุ้นเคย พร้อมขยายแบรนด์เข้าสู่พื้นที่แฟชั่นและไลฟ์สไตล์ผ่านเรื่องราว “จากร้อยเอ็ด สู่ร้อยล้านวิว” ที่เชื่อมโยงตัวตนของศิลปินกับรากของแบรนด์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
![]()













