ธุรกิจโรงสีและการปรับปรุงคุณภาพข้าวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่เครื่องจักรหลายส่วนต้องทำงานพร้อมกัน ตั้งแต่กระบวนการขัดข้าว คัดข้าว ปรับปรุงคุณภาพ ไปจนถึงการบรรจุสินค้า ส่งผลให้ “ต้นทุนค่าไฟฟ้า” กลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการบริหารต้นทุนและการแข่งขันทางธุรกิจในระยะยาว
บริษัท นราธิป ไรซ์มิล 1989 จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการปรับปรุงคุณภาพข้าวสารมากว่า 10 ปี จึงเลือกติดตั้งระบบ Solar Rooftop ขนาด 800 kWp ร่วมกับ ONNEX by SCG เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการพึ่งพาไฟฟ้าจากระบบในช่วงกลางวัน และวางรากฐานการบริหารต้นทุนพลังงานอย่างยั่งยืน
คุณศุภชัย บุญเชิด ผู้บริหารบริษัท นราธิป ไรซ์มิล 1989 จำกัด กล่าวว่า ก่อนติดตั้งระบบโซลาร์ โรงสีมีค่าไฟฟ้าในระดับหลักล้านบาทต่อเดือน แม้ที่ผ่านมาองค์กรจะพยายามนำมาตรการลดการใช้พลังงานเข้ามาปรับใช้แล้ว แต่ยังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้พลังงานของกระบวนการผลิตได้ทั้งหมด จึงมองหาพลังงานแสงอาทิตย์เข้ามาช่วยทดแทนการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาที่โรงงานมีความต้องการใช้พลังงานสูง
“เหตุผลที่เราเลือก ONNEX คือความใส่ใจตั้งแต่ขั้นตอนการคำนวณและออกแบบระบบ ไปจนถึงการติดตั้ง รวมถึงสามารถเป็นที่ปรึกษาให้เราได้ว่า จากปริมาณไฟที่ใช้ในแต่ละวัน ควรบริหารอย่างไร และติดตั้งระบบในขนาดเท่าไรจึงจะตอบโจทย์ธุรกิจของเราได้”
หลังเริ่มใช้งานระบบ Solar Rooftop โรงสีนราธิปสามารถลดการใช้ไฟฟ้าจากระบบได้ประมาณ 30–40% ตามรูปแบบการใช้พลังงานของโรงสี และประเมินระยะเวลาคืนทุนไว้ที่ประมาณ 4 ปี ก่อนที่พลังงานจากแสงอาทิตย์จะช่วยสร้างประโยชน์ด้านต้นทุนอย่างต่อเนื่องตลอดอายุการใช้งานของระบบ
กรณีศึกษาของบริษัท นราธิป ไรซ์มิล 1989 จำกัด สะท้อนให้เห็นว่า สำหรับธุรกิจที่มีการใช้เครื่องจักรจำนวนมากและใช้พลังงานสูงในช่วงกลางวัน การติดตั้งโซลาร์ไม่ได้มีเพียงเป้าหมายในการผลิตพลังงานสะอาดเท่านั้น แต่การออกแบบระบบให้สอดคล้องกับ Load Profile และพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าจริงของแต่ละธุรกิจ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การลงทุนเกิดความคุ้มค่าและสามารถบริหารต้นทุนพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว
![]()














