การเคหะแห่งชาติ (กคช.) เดินหน้าบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เปิดโอกาสภาคเอกชนและนักลงทุนยื่นข้อเสนอเพื่อรับสิทธิเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในโครงการเคหะชุมชนพัทยา ระยะ 2 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ ซึ่งประกอบด้วยอาคารสปอร์ตคลับ สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และพื้นที่จอดรถ เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กีฬา กิจการเชิงพาณิชย์ และธุรกิจต่อเนื่อง กำหนดระยะเวลาเช่า 15 ปี หวังดึงศักยภาพพื้นที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินขององค์กร พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนโดยรอบ
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า กคช. ให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินขององค์กร ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างรายได้ และส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่ จึงเปิดให้นักลงทุนที่สนใจยื่นข้อเสนอราคาค่าธรรมเนียมการได้สิทธิเช่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในโครงการเคหะชุมชนพัทยา ระยะ 2 ซึ่งมีทั้งอาคารสปอร์ตคลับ สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส และที่จอดรถ เพื่อใช้ประกอบกิจการศูนย์กีฬา การค้าเชิงพาณิชย์ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เป็นระยะเวลา 15 ปี
“การนำทรัพย์สินที่มีอยู่มาใช้ให้เต็มศักยภาพ นอกจากจะช่วยสร้างรายได้ให้กับองค์กรแล้ว ยังเป็นการเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุน เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงช่วยให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มความคึกคักให้กับพื้นที่พัทยาและบริเวณโดยรอบ” นายทวีพงษ์ กล่าว
สำหรับเงื่อนไขการยื่นข้อเสนอ นักลงทุนต้องเสนอค่าธรรมเนียมการได้สิทธิเช่าขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 4,700,000 บาท โดยกำหนดอัตราค่าเช่าแบ่งตามช่วงระยะเวลาของสัญญา ได้แก่ ปีที่ 1 ปลอดค่าเช่า ปีที่ 2–3 ค่าเช่าเดือนละ 150,000 บาท ปีที่ 4–6 เดือนละ 180,000 บาท ปีที่ 7–9 เดือนละ 210,000 บาท ปีที่ 10–12 เดือนละ 270,000 บาท และปีที่ 13–15 เดือนละ 330,000 บาท พร้อมกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องวางหลักประกันการยื่นข้อเสนอราคา จำนวน 1,000,000 บาท
ทั้งนี้ กคช. กำหนดเปิดรับยื่นข้อเสนอราคาในวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 10.30–11.30 น. ณ สำนักงานเคหะจังหวัดชลบุรี สาขา 1 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และจะดำเนินการเปิดซองเสนอราคาในวันเดียวกัน ตั้งแต่เวลา 11.45 น. เป็นต้นไป
นายทวีพงษ์ กล่าวว่า การเปิดพื้นที่ให้ภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาครั้งนี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผลตอบแทนทางเศรษฐกิจขององค์กรเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างประโยชน์ร่วมกันระหว่าง กคช. ภาคเอกชน และชุมชน โดยพื้นที่พัทยาและพื้นที่โดยรอบถือเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การบริการ การจ้างงาน อุตสาหกรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การนำพื้นที่ดังกล่าวมาพัฒนาให้เกิดกิจกรรมด้านกีฬาและเชิงพาณิชย์จึงมีโอกาสช่วยเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน สร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในระยะยาว
“การพัฒนาพื้นที่ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารทรัพย์สินของการเคหะแห่งชาติ พร้อมเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินขององค์กร และเปิดโอกาสให้ทรัพย์สินของรัฐสามารถสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ประชาชนและชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม” ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวสรุป
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับเอกสารได้ที่ กองวิจัยและพัฒนาธุรกิจใหม่ ฝ่ายจัดประโยชน์ทรัพย์สิน อาคาร 1 ชั้น 5 (ฝั่งตะวันออก) สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ โทร. 0 2351 7727 หรือ 0 2351 6955 และ สำนักงานเคหะจังหวัดชลบุรี สาขา 1 เลขที่ 160 หมู่ 2 ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โทร. 0 3807 8759–62
ในวันและเวลาทำการ
![]()














