การเคหะแห่งชาติเดินหน้าพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย ควบคู่การสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ผ่านการพัฒนาทักษะอาชีพ 125 โครงการทั่วประเทศ เชื่อมโยงการฝึกอบรมสู่การสร้างรายได้ ลดรายจ่าย และสนับสนุนเครื่องมือประกอบอาชีพ พร้อมขับเคลื่อนโครงการ Smart Sustainable Community ด้านเศรษฐกิจอีก 35 ชุมชน มุ่งสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพของประชาชน โดยมองว่าความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยควรดำเนินควบคู่กับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือน จึงนำการพัฒนาทักษะอาชีพมาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยสามารถนำความรู้ไปต่อยอดประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเอง
แนวทางการพัฒนาไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการจัดฝึกอบรม แต่ให้ความสำคัญกับทักษะที่สอดคล้องกับศักยภาพของคนและบริบทของแต่ละชุมชน รวมถึงการเชื่อมโยงกับโอกาสทางการตลาด เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริง อาทิ การขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง TikTok และ Facebook การจำหน่ายผ่านตลาดนัดชุมชน การทำขนมและเบเกอรี่ การแปรรูปอาหาร การทำน้ำสมุนไพรเพื่อสุขภาพ การผลิตน้ำยาทำความสะอาด งานหัตถกรรม งานจักสาน งานตัดเย็บ และงานช่าง ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นทั้งอาชีพเสริมหรืออาชีพหลัก รวมถึงช่วยลดค่าใช้จ่ายภายในครัวเรือน
ในปี 2569 การเคหะแห่งชาติได้ดำเนิน โครงการพัฒนาศักยภาพด้านอาชีพของผู้อยู่อาศัยในชุมชน จำนวน 125 โครงการทั่วประเทศ ภายใต้งบประมาณตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2569 ขณะเดียวกันยังขยายการพัฒนาจากระดับบุคคลสู่ระดับชุมชน ผ่าน โครงการยกระดับชุมชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Smart Sustainable Community) ด้านเศรษฐกิจ จำนวน 35 ชุมชน ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จเช่นกัน โดยมุ่งให้แต่ละชุมชนค้นหาศักยภาพของตนเอง เชื่อมโยงคน อาชีพ สินค้า และตลาด เพื่อสร้างกิจกรรมและการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภายในพื้นที่
อีกหนึ่งกลไกสำคัญคือการบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และกรมการจัดหางาน เพื่อเชื่อมโยงการพัฒนาทักษะเข้ากับโอกาสในการประกอบอาชีพ พร้อมสนับสนุนเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้นทำงานและสร้างรายได้
ตัวอย่างการดำเนินงาน ได้แก่ การพัฒนาทักษะด้านสตรีทฟู้ดให้แก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนการเคหะแห่งชาติดินแดงและห้วยขวาง การฝึกตัดเย็บผลิตภัณฑ์จากผ้าในจังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงการพัฒนาทักษะช่างซ่อมไฟฟ้าและช่างอเนกประสงค์ในจังหวัดนครศรีธรรมราช นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนอุปกรณ์และ “ชุดเครื่องมือทำมาหากิน” จำนวน 5 รุ่น ได้แก่ จังหวัดสมุทรปราการ 2 รุ่น จังหวัดนครศรีธรรมราช 1 รุ่น และพื้นที่ดินแดง–ห้วยขวาง 2 รุ่น เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรมสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้จริง
ผลการประเมินภายหลังการอบรมรอบที่ 2 พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมากกว่าร้อยละ 70 มีแนวโน้มเพิ่มรายได้และลดรายจ่าย จากการนำความรู้และทักษะไปประกอบอาชีพหรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน สะท้อนว่าการพัฒนาทักษะอาชีพสามารถสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือน และมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายทวีพงษ์ กล่าวว่า เป้าหมายสำคัญของการเคหะแห่งชาติ คือการทำให้การพัฒนาอาชีพไม่สิ้นสุดเพียงเมื่อจบหลักสูตร แต่ต้องต่อยอดจาก “มีทักษะ” ไปสู่ “มีเครื่องมือ มีอาชีพ และมีรายได้” พร้อมสร้างเครือข่ายทางเศรษฐกิจภายในชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถสร้างโอกาสและพึ่งพากันเองได้มากขึ้น
“การมีบ้านที่มั่นคงเป็นพื้นฐานสำคัญของคุณภาพชีวิต แต่การทำให้คนสามารถสร้างรายได้ ดูแลครอบครัว และพึ่งพาตนเองได้ จะทำให้ความมั่นคงนั้นเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน การพัฒนาทักษะอาชีพจึงไม่ใช่เพียงการฝึกอบรม แต่เป็นการสร้างโอกาสให้คนสามารถนำศักยภาพของตนเองไปสร้างอาชีพและรายได้ เมื่อคนในชุมชนเข้มแข็ง เศรษฐกิจในชุมชนก็จะเข้มแข็ง และนำไปสู่ชุมชนที่สามารถเติบโตได้ด้วยตนเอง” นายทวีพงษ์ กล่าว
ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติจะติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำผลที่ได้มาพัฒนารูปแบบการส่งเสริมอาชีพให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนที่อยู่อาศัยเป็นมากกว่า “พื้นที่ของบ้าน” แต่เป็น “พื้นที่ของโอกาส” ที่ประชาชนสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน ภายใต้ภารกิจ “สร้างบ้าน สร้างสุข เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน”
![]()














