สำนักงาน คปภ. เร่งประสานภาคธุรกิจประกันภัย เตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั่วประเทศ ทั้งเร่งสำรวจความเสียหายบ้านเรือน รถยนต์ และทรัพย์สิน พร้อมกำชับบริษัทประกันภัยเพิ่มทีมสำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ และเครือข่ายอู่ซ่อมรถ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อระดับน้ำลดลงและพื้นที่ปลอดภัย
เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. มอบหมายให้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ เป็นประธานการประชุมติดตามและเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัย ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยและบริษัทประกันภัย ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อกำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
คปภ. ย้ำบริษัทประกันเร่งจ่ายเคลมภายใน 7 วัน
ที่ประชุมกำชับให้บริษัทประกันภัยเร่งสำรวจและประเมินความเสียหาย โดยเฉพาะกรณีที่สามารถตรวจสอบความเสียหายได้อย่างชัดเจน พร้อมรายงานว่าบริษัทประกันภัยมีความพร้อมพิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน รวมถึงกรณีความเสียหายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
สำหรับรถยนต์ที่เสียหายรุนแรงหรือเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) ให้เร่งตรวจสอบความเสียหายและจัดเตรียมเอกสารควบคู่กัน เพื่อให้สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้รวดเร็วตามเงื่อนไขกรมธรรม์
ส่วนรถยนต์ที่ติดภาระเช่าซื้อหรือสินเชื่อ คปภ. จะประสานสมาคมธนาคารไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการรวบรวมเอกสาร ลดขั้นตอนและระยะเวลาการจ่ายเงินชดเชย
เปิดมาตรการเยียวยาบ้าน รถยนต์ และร้านค้าที่ถูกน้ำท่วม
สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย คปภ. ได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือด้านประกันภัย โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่
* ประกันชีวิต: บริษัทประกันภัยอาจขยายระยะเวลาผ่อนผันชำระเบี้ยประกันภัยเพิ่มอีก 60 วัน นับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันเดิม พร้อมผ่อนผันมาตรการบางประการกรณีกรมธรรม์ขาดอายุจากการค้างชำระเบี้ย
* ประกันภัยรถยนต์: อาจผ่อนผันการเก็บเบี้ยประกันภัยได้สูงสุด 180 วัน สำหรับรถยนต์ตามประเภทที่กำหนด โดยยกเว้นรถยนต์กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2
* ประกันภัยอื่น ๆ: อาจขยายระยะเวลาเก็บเบี้ยประกันภัยออกไปได้ 90 วัน ตามเงื่อนไขที่กำหนด
* ประกันสุขภาพและประกันโรคร้ายแรง: กรณีกรมธรรม์สิ้นผลบังคับจากการขาดชำระเบี้ย บริษัทอาจงดตรวจสุขภาพในการขอต่ออายุกรมธรรม์ได้
บ้านถูกน้ำท่วม รับค่าสินไหมเบื้องต้นสูงสุดตามวงเงินที่กำหนด
มาตรการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัยและร้านค้า กำหนดแนวทางจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น ดังนี้
* ประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยแบบไมโครอินชัวรันส์: พิจารณาจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้นเต็มวงเงินความคุ้มครองภัยธรรมชาติ 10,000 บาท
* ประกันอัคคีภัยสำหรับบ้านอยู่อาศัย: พิจารณาจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น 20,000 บาท ภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติ
* บ้านที่ซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติม: พิจารณาจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้นเพิ่มอีก 10,000 บาท
* ร้านค้าที่มีประกันอัคคีภัยหรือประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) และซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติม: พิจารณาจ่ายค่าสินไหมเบื้องต้น 30,000 บาท
ทั้งนี้ การจ่ายเงินเป็นไปตามเงื่อนไขและวงเงินความคุ้มครองของกรมธรรม์ หากความเสียหายสูงกว่าวงเงินเบื้องต้น ผู้เอาประกันภัยสามารถยื่นเอกสารและหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนได้
เตรียมรถยก–ทีมสำรวจภัย รองรับหลังน้ำลด
คปภ. ยังประสานบริษัทประกันภัยจัดเตรียมรถยกและรถลาก เพื่อช่วยเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมหรือกีดขวางการจราจร พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมพื้นที่รองรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย
ส่วนการประเมินความเสียหายรถยนต์ จะพิจารณาแยกตามประเภท โดยรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปใช้แนวทางประเมินความเสียหาย 5 ระดับ A–E ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องตรวจสอบความเสียหายของแบตเตอรี่และความปลอดภัยในการนำกลับมาใช้งาน รวมถึงพิจารณาข้อกำหนดของผู้ผลิตแต่ละยี่ห้อและรุ่น ก่อนพิจารณาว่าเข้าข่าย Total Loss หรือไม่
นอกจากนี้ บริษัทประกันภัยได้เริ่มติดต่อผู้เอาประกันภัยเชิงรุกผ่านโทรศัพท์ LINE และช่องทางออนไลน์ เพื่อรวบรวมข้อมูลความเสียหายและนัดหมายสำรวจภัยล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่ระดับน้ำยังสูงและยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบได้
ประชาชนสอบถามสิทธิประกันภัย โทร. 1186
คปภ. ขอให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตรวจสอบกรมธรรม์ประกันภัยของตนเอง พร้อมเก็บภาพถ่ายความเสียหายและเอกสารที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความคุ้มครอง การแจ้งเคลม หรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ สามารถสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้”
![]()














