สำนักงาน คปภ. เปิดแนวทางเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนกรณีน้ำท่วม แนะประชาชนตรวจสอบความคุ้มครองกรมธรรม์ แจ้งบริษัทประกันภัยทันทีเมื่อเกิดเหตุ และเก็บหลักฐานเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย ย้ำไม่ควรเสี่ยงชีวิตเพื่อถ่ายภาพความเสียหาย พร้อมกำชับบริษัทเร่งส่งผู้สำรวจภัย ประเมินความเสียหาย และจ่ายค่าสินไหมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ เผยกรณีพิสูจน์ความเสียหายได้ชัดเจนพร้อมจ่ายภายใน 7 วัน พร้อมเปิดศูนย์รวมช่องทางเคลมทุกบริษัทผ่านเว็บไซต์ คปภ. และ LINE @OICCONNECT รวมถึงสายด่วน 1186 ตลอด 24 ชั่วโมง ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยแนวทางการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม โดยเน้นย้ำว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกคือความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมหรือพื้นที่ที่ยังไม่ปลอดภัยเพียงเพื่อถ่ายภาพหรือเก็บหลักฐานการเคลม
เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยแล้ว จึงตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ แจ้งเหตุไปยังบริษัทประกันภัย และรวบรวมหลักฐานความเสียหายเท่าที่สามารถดำเนินการได้
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัทประกันภัยให้เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อม ตลอดจนรถยกและรถลากให้เพียงพอ เพื่อรองรับการแจ้งเคลมจำนวนมากในช่วงหลังน้ำลด
🚘 แนวทางเคลมประกันรถยนต์น้ำท่วม
สำหรับรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบก่อนว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองภัยน้ำท่วมหรือไม่ โดยประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบว่ามีการซื้อความคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่
ข้อควรระวังสำคัญคือ ห้ามสตาร์ทรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์ภายในได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น
เมื่อสามารถเข้าถึงรถได้อย่างปลอดภัย ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอสภาพรถทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงระดับน้ำและรอยคราบน้ำ จากนั้นแจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว พร้อมระบุข้อมูลกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย เพื่อให้บริษัทนัดหมายเข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย
กรณีไม่สามารถถ่ายภาพไว้ขณะเกิดเหตุ หรือจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ก่อน ไม่ควรเสี่ยงกลับเข้าไปเก็บหลักฐาน แต่ควรแจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย
🚘 เปิดเกณฑ์ประเมินความเสียหายรถยนต์น้ำท่วม 5 ระดับ
สำนักงาน คปภ. มีแนวทางพิจารณาความเสียหายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปตามระดับน้ำที่เข้าถึงตัวรถ โดยแบ่งเป็น 5 ระดับ ได้แก่
* ระดับ A: น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ ค่าซ่อมประมาณ 8,000–10,000 บาท
* ระดับ B: น้ำท่วมถึงเบาะ ค่าซ่อมประมาณ 15,000–20,000 บาท
* ระดับ C: น้ำท่วมถึงบริเวณด้านล่างของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 25,000–30,000 บาท
* ระดับ D: น้ำท่วมถึงบริเวณด้านบนของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
* ระดับ E: รถจมน้ำทั้งคัน พิจารณาเป็นความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss)
ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ต้องพิจารณาความเสียหายของแบตเตอรี่ร่วมกับความเสียหายของตัวรถ รวมถึงข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละยี่ห้อและรุ่นประกอบด้วย
🏠 บ้าน–อาคาร–ทรัพย์สินเสียหาย ต้องเก็บหลักฐานอย่างไร
กรณีบ้านเรือน อาคาร หรือทรัพย์สินได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ควรตรวจสอบกรมธรรม์ว่ามีความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือภัยน้ำท่วมหรือไม่ รวมถึงวงเงินความคุ้มครองที่ระบุไว้
เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยแล้ว ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอทั้งภาพกว้างและรายละเอียดของความเสียหาย เช่น โครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงระดับน้ำและรอยคราบน้ำ พร้อมจัดทำรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายไว้เป็นหลักฐาน
จากนั้นแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อให้ผู้สำรวจภัยเข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหาย โดยสำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทเร่งส่งผู้สำรวจภัยเข้าพื้นที่ ทั้งรถยนต์ บ้านเรือน และทรัพย์สิน ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ให้ติดตามสถานการณ์และเข้าดำเนินการทันทีเมื่อปลอดภัย
💲 คปภ. กำชับเร่งจ่ายสินไหม เผยกรณีชัดเจนจ่ายภายใน 7 วัน
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า เมื่อบริษัทประกันภัยสามารถสำรวจและประเมินความเสียหายได้แล้ว สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้เร่งพิจารณาความคุ้มครองและค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะกรณีความเสียหายรุนแรงและรถยนต์ที่อาจเข้าข่าย Total Loss ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์
สำหรับกรณีที่สามารถพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทประกันภัยพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วัน ส่วนกรณี Total Loss ให้รวบรวมเอกสารควบคู่ไปกับการประเมินความเสียหาย หากเป็นรถยนต์ที่ยังอยู่ระหว่างการผ่อนเช่าซื้อ สำนักงาน คปภ. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยจัดส่งเอกสาร ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
✅️ เช็กช่องทางเคลมทุกบริษัทผ่านเว็บไซต์ คปภ. และ LINE @OICCONNECT
เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้รวดเร็ว สำนักงาน คปภ. ได้จัดทำ “ศูนย์รวมช่องทางเคลมประกันภัยทุกบริษัท” รวบรวมช่องทางติดต่อบริษัทประกันภัยไว้ในที่เดียว สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์สำนักงาน คปภ. www.oic.or.th และ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้”
ผู้เอาประกันภัยยังสามารถใช้ LINE ดังกล่าวเพื่อตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ของตนเอง สอบถามและขอคำปรึกษาด้านการประกันภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถตรวจสอบความคุ้มครองและเข้าสู่กระบวนการเคลมได้สะดวกยิ่งขึ้น
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความคุ้มครอง ไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัย หรือพบปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถติดต่อสายด่วน คปภ. 1186 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพื่อสอบถามข้อมูล ขอคำแนะนำ แจ้งปัญหา หรือขอความช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ช่องทางออนไลน์และระบบ PPMS ของสำนักงาน คปภ. สำหรับยื่นเรื่องร้องเรียน เพื่อลดภาระการเดินทางของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
เลขาธิการ คปภ. กล่าวทิ้งท้ายว่า ช่วงหลังน้ำลดเป็นช่วงสำคัญของการสำรวจและประเมินความเสียหาย จึงขอให้ประชาชนอย่ากังวลหากเอกสารยังไม่ครบหรือไม่สามารถเก็บหลักฐานได้ทั้งหมด โดยให้แจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน และรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย พร้อมย้ำว่าบริษัทประกันภัยต้องเตรียมความพร้อมในการรับแจ้งเหตุ ลงพื้นที่สำรวจ และพิจารณาค่าสินไหมทดแทนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบได้รับการดูแลตามสิทธิและเงื่อนไขกรมธรรม์โดยเร็ว
![]()














