เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล จับมือ NURA Bangkok Clinic ซึ่งดำเนินงานโดย บริษัท ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ขยายเครือข่ายพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพและการแพทย์ (Care Partner Network) มุ่งเชื่อมโยงบริการตรวจคัดกรองสุขภาพและโรคมะเร็งเข้ากับระบบวินิจฉัยและรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาความเสี่ยงในระยะเริ่มต้นไปจนถึงการเข้าถึงแพทย์เฉพาะทางและการวางแผนรักษาที่เหมาะสม ตอกย้ำแนวคิด “Partner for Life” พร้อมดูแลสุขภาพผู้รับบริการอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงของชีวิต
พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก นางศศิธร มูลสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มโรงพยาบาลพรีเมี่ยม และรักษาการผู้อำนวยการสายจัดซื้อและบริหารสินค้าคงคลัง เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล และนายโซ มารูโอะ กรรมการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนาม โดยมีนายศุภกร พะวันนา ผู้อำนวยการสายบริหารการตลาด เครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล และนายสิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมเป็นเกียรติ ณ โรงพยาบาลพญาไท 3
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองของ NURA Bangkok Clinic ซึ่งนำเทคโนโลยีของฟูจิฟิล์มมาใช้ รวมถึงระบบเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ปริมาณรังสีต่ำ (Ultra-Low Dose CT Scan) และการวิเคราะห์ผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับศักยภาพด้านบุคลากรทางการแพทย์ ศูนย์การรักษาเฉพาะทาง และระบบดูแลผู้ป่วยของเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล เพื่อสนับสนุนให้ผู้ที่ตรวจพบความเสี่ยงหรือความผิดปกติสามารถเข้าถึงการประเมินเพิ่มเติมและคำแนะนำจากแพทย์ได้ตามความจำเป็น
นางศศิธรกล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนแนวทางการขยาย Care Partner Network ผ่านการทำงานร่วมกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ผู้รับบริการมากยิ่งขึ้น โดยแนวคิด “Partner for Life” ไม่ได้จำกัดบทบาทของโรงพยาบาลไว้เพียงการรักษาเมื่อเจ็บป่วย แต่ครอบคลุมตั้งแต่การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค ไปจนถึงการดูแลรักษาที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง
ด้านนายโซ มารูโอะ กล่าวว่า การร่วมมือกับเครือโรงพยาบาลพญาไทและเครือโรงพยาบาลเปาโล ซึ่งมีความพร้อมทั้งทีมแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยี และบริการรักษาที่ครอบคลุม จะช่วยเพิ่มความพร้อมในการดูแลผู้รับบริการที่จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมหรือเข้ารับการรักษา พร้อมส่งเสริมบทบาทของเทคโนโลยีตรวจคัดกรองในการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
การผนึกกำลังครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนา Healthcare Ecosystem ที่เชื่อมโยงเครือข่ายบริการทางการแพทย์ตั้งแต่การตรวจคัดกรองไปจนถึงการวินิจฉัยและรักษา มุ่งลดช่องว่างในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และต่อยอดแนวคิด “Partner for Life” สู่การดูแลสุขภาพที่ต่อเนื่องและยั่งยืน
![]()














