บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA เดินหน้าขับเคลื่อนแคมเปญ “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” ภายใต้แนวคิด “ดูแลไม้ในบ้าน เท่ากับดูแลไม้ในป่า” มุ่งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรไม้อย่างรู้คุณค่า ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ณ โรงเรียนวัดดอนชัย จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 19–20 ตุลาคม 2569 ทั้งการปลูกต้นกล้าเพื่อฟื้นฟูผืนป่า การปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน และการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน
กิจกรรมครั้งนี้นำโดย **นายนพคุณ ปัญญาเสริมสุข Head of Marketing บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)** พร้อมด้วย ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ **ผศ. ดร.ชนัญชิดา ทุมมานนท์** รองคณบดี คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้กำกับดูแลกลุ่มภารกิจกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ และศูนย์พัฒนานิสิตและบัณฑิตอุดมคติ พร้อมคณะทำงานและผู้เข้าร่วมกิจกรรม ร่วมกันขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างยั่งยืน
**ผนึกกำลังดูแลผืนป่า สร้างสมดุลระหว่างคนกับธรรมชาติ**
ภายในกิจกรรม ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี พร้อมคณะผู้บริหารและผู้เข้าร่วมกิจกรรม ร่วมปลูกต้นกล้าเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูผืนป่า พร้อมถ่ายทอดแนวคิดเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่สีเขียว แต่ยังเป็นแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และแหล่งทำมาหากินที่สำคัญของสิ่งมีชีวิต รวมถึงชุมชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ
การรักษาความอุดมสมบูรณ์ของป่าจึงมีความสำคัญต่อระบบนิเวศและคุณภาพชีวิตของประชาชน ขณะเดียวกัน การฟื้นฟูป่าให้เกิดความยั่งยืนจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชน ทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ การสร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนการส่งเสริมให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการดูแลผืนป่า ป้องกันไฟป่า และเฝ้าระวังการบุกรุกพื้นที่ป่า เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับการดำรงชีวิตของชุมชนในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของแคมเปญ “TOA Wood Expert ดูแลไม้ไปด้วยกัน” ที่ต้องการชวนคนไทยเริ่มต้นดูแลทรัพยากรธรรมชาติจากเรื่องใกล้ตัว ด้วยการดูแลรักษาไม้ให้มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น ลดความจำเป็นในการเปลี่ยนวัสดุไม้ก่อนเวลาอันควร และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า
TOA มุ่งสร้างความเข้าใจว่า การดูแลรักษาไม้ไม่ได้เป็นเพียงการรักษาความสวยงามหรือยืดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะเมื่อวัสดุไม้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ก็สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่โดยไม่จำเป็น และเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลธรรมชาติได้ในชีวิตประจำวัน
**ต่อยอดโครงการคาร์บอนเครดิต ดูแลป่าชุมชน 6,000 ไร่ ครอบคลุม 5 จังหวัด**
นอกจากการจัดกิจกรรมปลูกต้นกล้าแล้ว TOA ยังต่อยอดแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ภายใต้โครงการจัดการคาร์บอนเครดิตในป่าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายเพื่ออนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมพื้นที่ 6,000 ไร่ ใน 111 ชุมชน รวม 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก ยโสธร และอำนาจเจริญ
โครงการดังกล่าวให้ความสำคัญกับการเพิ่มแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก (Carbon Sink) ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการพัฒนารายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน สะท้อนแนวทางการดำเนินงานที่มองการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้ชุมชนสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติและได้รับประโยชน์จากการบริหารจัดการป่าอย่างเหมาะสม
ความร่วมมือครั้งนี้ยังตอกย้ำความตั้งใจของ TOA ในการสนับสนุนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเชื่อมโยงการดูแลรักษาวัสดุไม้ในชีวิตประจำวันเข้ากับการอนุรักษ์ผืนป่าในระดับชุมชน เพื่อให้การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่าเกิดผลเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องในระยะยาว
**ปรับปรุงโรงเรียน สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีเพื่อการเรียนรู้**
นอกเหนือจากการดูแลผืนป่า TOA ยังร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรมเพื่อสังคม ณ โรงเรียนวัดดอนชัย จังหวัดเชียงใหม่ โดยมุ่งปรับปรุงอาคารเรียนระดับอนุบาลและโรงอาหาร เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมให้สะอาด สวยงาม และเหมาะสมกับการเรียนรู้และการใช้ชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ ตลอดจนช่วยสร้างพื้นที่ที่เอื้อต่อการพัฒนาการและสุขอนามัยของนักเรียน
กิจกรรมดังกล่าวยังสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาพื้นผิวไม้ของ TOA Wood Expert ผ่านการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลและปกป้องเนื้อไม้ เพื่อรักษาความสวยงามและช่วยยืดอายุการใช้งานของวัสดุไม้ให้ยาวนานยิ่งขึ้น สอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับการดูแลวัสดุที่มีอยู่ให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แทนการเปลี่ยนวัสดุใหม่โดยไม่จำเป็น
การปรับปรุงพื้นที่ภายในโรงเรียนจึงไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาทางกายภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งมอบสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพให้แก่เด็ก ๆ ครู และชุมชน พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าการดูแลรักษาทรัพยากรที่มีอยู่สามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและผู้คนในสังคม
**ผนึกกำลังจุฬาฯ เปิดพื้นที่เรียนรู้ เสริมศักยภาพเด็กและเยาวชน**
ด้านคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผศ. ดร.ชนัญชิดา ทุมมานนท์ รองคณบดี ผู้กำกับดูแลกลุ่มภารกิจกิจการนิสิตและศิษย์เก่าสัมพันธ์ และศูนย์พัฒนานิสิตและบัณฑิตอุดมคติ ได้เชิญชวนนิสิตชั้นปีที่ 1–2 เข้าร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้กับเด็ก ๆ ในชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง พร้อมสำรวจความสนใจและทำความรู้จักตนเองมากยิ่งขึ้น
กิจกรรมมุ่งส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น และการค้นพบศักยภาพของตนเอง ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สนุกสนานและเข้าถึงได้ โดยเปิดพื้นที่ให้เด็ก ๆ ได้ทดลองทำกิจกรรม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเติบโตในอนาคต
ขณะเดียวกัน การเข้าร่วมกิจกรรมของนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยยังเป็นโอกาสในการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง เรียนรู้การทำงานร่วมกับชุมชน และสร้างประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม สอดคล้องกับการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาเยาวชนให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ
**ขับเคลื่อนความยั่งยืนจากเรื่องใกล้ตัว สู่ประโยชน์ที่ครอบคลุมทั้งสังคม**
ความร่วมมือระหว่าง TOA มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดแนวคิด “ดูแลไม้ในบ้าน เท่ากับดูแลไม้ในป่า” ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมในหลายมิติ ตั้งแต่การส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า การพัฒนาสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน ไปจนถึงการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเอง
TOA ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดูแลรักษาไม้เข้ากับความร่วมมือของภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนอย่างต่อเนื่อง
การดูแลไม้หนึ่งชิ้นอาจเริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ภายในบ้าน แต่เมื่อทุกคนร่วมกันตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรและลงมือทำอย่างจริงจัง ก็สามารถเชื่อมโยงไปสู่การดูแลผืนป่า การพัฒนาชุมชน และการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไปได้อย่างแท้จริง
![]()














