สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) เดินหน้ายกระดับมาตรการความปลอดภัยทางถนนเชิงรุก จัดประชุมเผยแพร่ผลการศึกษาและเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ภายใต้ “โครงการขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยทางถนนและการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ประจำปี 2569” มุ่งขยายผลโมเดลชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัยสู่ 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน 4 จังหวัด พร้อมชู 5 กลยุทธ์เชิงพื้นที่ ใช้ข้อมูลแก้ปัญหาจุดเสี่ยง ควบคู่การสร้างหลักประกันความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นประธานเปิดการประชุม ณ ห้อง Amber โรงแรมอวานี รัชดา กรุงเทพฯ และผ่านระบบออนไลน์ Zoom Meeting โดยมีผู้แทนจากจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก นครสวรรค์ และสุพรรณบุรี ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัยทางถนนเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนสร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน สังคม และเศรษฐกิจครัวเรือน สำนักงาน คปภ. จึงปรับแนวทางการดำเนินงานจากการมุ่งเยียวยาหลังเกิดเหตุ สู่การป้องกันและตัดวงจรความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง โดยร่วมมือกับสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ศึกษาปัญหาเชิงลึกและนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่
แนวทางสำคัญประกอบด้วยการใช้ข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อระบุจุดเสี่ยงและพฤติกรรมอันตราย การส่งเสริมให้ประชาชนมีประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. อย่างทั่วถึง ตลอดจนการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน ทั้งจำนวนอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิต และระดับความคุ้มครองของประชาชน เพื่อให้สามารถติดตามและประเมินผลได้อย่างเป็นรูปธรรม
ผลการศึกษาของ TDRI สะท้อนความสำเร็จจากมาตรการนำร่องในจังหวัดปราจีนบุรี โดยข้อมูลถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569 พบว่า การติดตั้งระบบ GPS ควบคุมความเร็วรถเชิงพาณิชย์บริเวณทางลงเขาปู่โทน ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตเฉลี่ยได้ 75% ขณะที่การกำหนดเขตจำกัดความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บริเวณหน้าเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายจราจร ช่วยลดอุบัติเหตุเฉลี่ยได้ 77% นอกจากนี้ โครงการส่งเสริมวินัยการขับขี่ในกลุ่มเยาวชนยังช่วยเพิ่มอัตราการสอบผ่านใบขับขี่ของนักเรียนในสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเป็น 1.9 เท่า
สำหรับการขยายผลในปี 2569 สำนักงาน คปภ. และ TDRI ได้สังเคราะห์แนวทางดำเนินงานออกเป็น 5 กลยุทธ์ ได้แก่ 1. การสื่อสารเพื่อลดความเสี่ยงจากรถจักรยานยนต์ 2. การพัฒนาเขตเมืองปลอดภัย 3. การสร้างเส้นทางเลี่ยงเมืองปลอดภัย 4. การยกระดับความปลอดภัยบริเวณรอบนิคมอุตสาหกรรม และ 5. การสร้างพื้นที่ปลอดภัยรอบสถานศึกษา โดยนำไปประยุกต์ใช้ใน 6 ท้องถิ่นต้นแบบของ 4 จังหวัด เพื่อให้การป้องกันอุบัติเหตุสอดคล้องกับปัญหาและความเสี่ยงเฉพาะพื้นที่
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ได้มอบโล่เชิดชูเกียรติแก่ 6 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ร่วมขับเคลื่อนโครงการ ได้แก่ เทศบาลเมืองหนองกี่ และองค์การบริหารส่วนตำบลท่าตูม จังหวัดปราจีนบุรี องค์การบริหารส่วนตำบลสาริกา จังหวัดนครนายก เทศบาลเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงเทศบาลนครนครสวรรค์ และองค์การบริหารส่วนตำบลตาคลี จังหวัดนครสวรรค์
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเสนอให้บูรณาการมาตรการทั้ง 5 กลยุทธ์เข้าสู่กลไกการทำงานของศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) คณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) และคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (กบจ.) พร้อมประสานแหล่งงบประมาณจากจังหวัด กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และงบประมาณเพื่อสังคมของภาคธุรกิจประกันภัย เพื่อให้การดำเนินงานต่อเนื่องและเกิดผลในระยะยาว
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือเวทีเสวนา “ก้าวต่อไปของชุมชนต้นแบบถนนปลอดภัยไทย” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้แทนจากสำนักงาน คปภ. ภาคธุรกิจประกันภัย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานด้านนโยบาย และผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน ร่วมสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลอุบัติเหตุ การปรับปรุงกฎหมาย และการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับความจำเป็นของแต่ละพื้นที่
สำนักงาน คปภ. จะรวบรวมข้อคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อนำไปพัฒนาเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายและแนวทางปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนเดินทางได้อย่างปลอดภัย ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุ และได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. อย่างทั่วถึง พร้อมได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุ
ผู้สนใจสามารถติดตามผลการศึกษาและรับชมวิดีโอย้อนหลังการดำเนินโครงการใน 4 จังหวัด 6 พื้นที่ ได้ทางช่อง YouTube ของกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ และ TDRI หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.oic.or.th/th/press-release/69692
![]()














