ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี ก่อนเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร เพื่อติดตามการดำเนินงานของ ธ.ก.ส. ในการขับเคลื่อนโครงการตามนโยบายรัฐบาล มุ่งยกระดับภาคการเกษตรไทยจากเกษตรดั้งเดิมสู่เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง และเกษตรยั่งยืน พร้อมลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกร
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ได้ร่วมมอบสินเชื่อและปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง พร้อมตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมให้บริการสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน รวมถึงให้กำลังใจพนักงาน ธ.ก.ส. สาขาท่าตูมทอง จังหวัดอุดรธานี โดยมีนายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. และนางสาวฐานิศวร์ ฐิติโชติวัฒนกุล ผู้ช่วยผู้จัดการ ธ.ก.ส. พร้อมเกษตรกรในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. จังหวัดอุดรธานี จำกัด
สำหรับโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง มีกรอบวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 ปี เพื่อสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและลงทุนประกอบอาชีพ วงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี โดยรัฐบาลช่วยชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ข้อมูล ณ วันที่ 29 ตุลาคม 2569 ธ.ก.ส. อนุมัติสินเชื่อให้เกษตรกรแล้วกว่า 28,971 ราย วงเงินกว่า 2,075 ล้านบาท พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนการเพาะปลูก อาทิ “น้องเมฆฝน” AI Chatbot บนแอปพลิเคชัน BAAC Mobile ที่ให้คำแนะนำด้านการวิเคราะห์ปุ๋ยและการเพาะปลูก รวมถึง “น้องดินดี” สำหรับให้ความรู้เรื่องคุณภาพดิน และ Agri-Map Online ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่เกษตรและแนะนำการปรับเปลี่ยนกิจกรรมการผลิตให้เหมาะสม
ขณะเดียวกัน ธ.ก.ส. เตรียมเดินหน้าโครงการสินเชื่อ Solar ภาคประชาชน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรลูกค้าให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด โดยกำหนดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.50 ต่อปี วงเงินสินเชื่อตามค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมาตรฐาน 140,000 บาท และรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณช่วยเหลือค่าติดตั้งจำนวน 50,000 บาท
ผู้เข้าร่วมโครงการต้องเป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. และผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด โดยระบบติดตั้งต้องมีขนาดตั้งแต่ 5-10 กิโลวัตต์ต่อมิเตอร์ กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 ผู้สนใจสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2570
นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนจากลูกค้า ธ.ก.ส. ผ่าน BAAC Outlet สาขาท่าตูมทอง อาทิ ผลิตภัณฑ์จักสานจากต้นกก กลุ่มจักสานบ้านหนองฮาง ตลอดจนสินค้าชุมชนหลากหลายประเภท เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดและเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่น โดยผู้สนใจสามารถเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ BAAC Matching ได้ที่ https://baacmatching.baac.or.th
ทั้งนี้ ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการสินเชื่อสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือ ธ.ก.ส. Contact Center โทร. 02-555-0555 แอปพลิเคชัน BAAC Mobile และ Line Official Account BAAC Family
![]()














