การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ผนึกกำลังมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา และภาคีเครือข่าย จัดงาน “ราตรีเชิดชูเกียรติ วิศวกร นายช่างอาสา และสถาปนิกอาสา ฟื้นฟูภัยพิบัติ ประจำปี 2569” มอบประกาศนียบัตรเพื่อแสดงความขอบคุณและยกย่องบุคลากรจิตอาสาที่เสียสละความรู้ ความสามารถ และกำลังกาย ร่วมช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และพื้นที่คลองจั่น–ร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายความร่วมมือรับมือภัยพิบัติอย่างยั่งยืน

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในโครงการของการเคหะแห่งชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียง คลี่คลายลง ด้วยความร่วมมือจากมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา และภาคีเครือข่ายที่ร่วมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ กคช. จึงจัดงานขึ้นเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ณ อาคารสันทนาการ การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ เพื่อเชิดชูเกียรติและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมปฏิบัติภารกิจด้วยความเสียสละ
ภายในงานมีนายณัฐวุฒิ สมิทธิ์เบญจพล กรรมการการเคหะแห่งชาติ และนายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ประธานมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา เข้าร่วมพิธี โดยนายทวีพงษ์เป็นผู้มอบประกาศนียบัตรแก่หน่วยงานภาคี วิศวกร นายช่างอาสา และสถาปนิกอาสา พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษจาก ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “ภัยพิบัติไม่รอใคร วิศวกรไทยต้องก้าวนำ!” เพื่อสะท้อนบทบาทของบุคลากรวิชาชีพในการเตรียมความพร้อมและรับมือภัยพิบัติ
ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติระบุว่า การช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ใช่เพียงการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ต้องครอบคลุมถึงการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย สภาพแวดล้อม และคุณภาพชีวิต เพื่อให้ประชาชนกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมั่นคง โดยเฉพาะการนำความรู้ความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมมาสนับสนุนการตรวจสอบและฟื้นฟูพื้นที่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ทั้งนี้ การรับมือภัยพิบัติจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันการศึกษา และเครือข่ายจิตอาสา ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อม ป้องกัน และฟื้นฟูผลกระทบจากภัยพิบัติในอนาคต
การเคหะแห่งชาติยืนยันเดินหน้าสานต่อความร่วมมือกับมูลนิธินายช่างไทย ใจอาสา และภาคีเครือข่าย เพื่อเสริมสร้างพลังจิตอาสาและความเข้มแข็งของชุมชน มุ่งให้ประชาชนสามารถฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และยั่งยืน สะท้อนบทบาทการพัฒนาที่อยู่อาศัยควบคู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกสถานการณ์
![]()














