ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่กำลังเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของเศรษฐกิจโลก หลายประเทศเริ่มจับตาผลกระทบที่อาจลุกลามไปถึงตลาดพลังงาน การค้า และการลงทุนระหว่างประเทศ
แม้ประเทศไทยจะอยู่ห่างไกลจากพื้นที่ความขัดแย้ง แต่ในความเป็นจริง เศรษฐกิจไทยกลับมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ดังกล่าวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะผ่าน ราคาน้ำมันโลก ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ
วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานกรรมการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ผู้บุกเบิกนิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ของไทย มองว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีในตะวันออกกลาง กำลังสร้างความผันผวนให้กับเศรษฐกิจโลก และส่งผลกระทบทางอ้อมต่อประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จุดอ่อนของไทย ราคาน้ำมันและต้นทุนการผลิต
วิกรมอธิบายว่า แม้ไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง แต่เศรษฐกิจไทยมีความเปราะบางต่อ ราคาพลังงาน เนื่องจากประเทศต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศมากกว่า 90% ของการใช้ทั้งหมด
เมื่อความขัดแย้งทำให้ตลาดพลังงานโลกผันผวน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นย่อมส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจไทยทันที ทั้งในด้านต้นทุนการผลิต ค่าขนส่ง และราคาสินค้า
“ถ้าน้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนทุกอย่างก็แพงขึ้นตามทันที ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” วิกรมกล่าว
โลกไร้เสถียรภาพ เงินลงทุนกำลังเคลื่อนย้าย
อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนของโลกกำลังทำให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญ คือ การเคลื่อนย้ายของเงินทุนและการลงทุน
วิกรมมองว่า เมื่อพื้นที่บางภูมิภาคมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนและมหาเศรษฐีจำนวนมากจะเริ่มมองหาประเทศใหม่ที่มีความมั่นคงและมีศักยภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อย้ายฐานเงินทุนและการลงทุน
เงินทุนเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงเม็ดเงินเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับ
เทคโนโลยี
องค์ความรู้ (Know-how)
เครือข่ายธุรกิจระดับโลก
ซึ่งสามารถช่วยยกระดับเศรษฐกิจของประเทศปลายทางได้อย่างมีนัยสำคัญ
บทเรียนจากสิงคโปร์
วิกรมยกตัวอย่างว่า ประเทศในอาเซียนที่สามารถดึงดูดเงินลงทุนได้มากที่สุดคือ สิงคโปร์ ซึ่งสามารถดึงเม็ดเงินลงทุนในภูมิภาคได้มากถึงประมาณ 50%
ปัจจัยสำคัญไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากรธรรมชาติ แต่เป็นเรื่องของ นโยบายและกฎหมายที่เอื้อต่อการลงทุน ทำให้สิงคโปร์กลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินและการลงทุนของภูมิภาค
ไทยมีศักยภาพ แต่ต้องเร่งนโยบาย
ในมุมมองของวิกรม ประเทศไทยยังมีศักยภาพในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น
ทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นศูนย์กลางของอาเซียน
โครงสร้างพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม
แรงงานและระบบการผลิตที่เข้มแข็ง
โดยเฉพาะภาคนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรองรับการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศ
ในฐานะผู้ก่อตั้งและพัฒนา อมตะ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรมรายใหญ่ของไทย วิกรมมองว่า หากประเทศไทยมีนโยบายที่ชัดเจนในการดึงดูดการลงทุน ก็มีโอกาสกลายเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาคได้
เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส
วิกรมเสนอว่า ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอน รัฐบาลควรเร่งออก นโยบายเชิงรุกเพื่อดึงดูดนักลงทุนและกลุ่มเศรษฐีระดับโลก
ไม่ว่าจะเป็น
สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
กฎหมายที่เอื้อต่อการทำธุรกิจ
โครงการดึงดูดผู้มีศักยภาพสูง
การสนับสนุนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เป้าหมายสำคัญคือทำให้เงินทุนที่กำลังเคลื่อนย้ายทั่วโลก เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายของการลงทุน
“ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงเร็วแบบนี้ วิกฤตสามารถกลายเป็นโอกาสได้ ถ้าเรามีนโยบายที่ชัดเจนและบริหารจัดการได้ดี” วิกรมกล่าว
สำหรับประเทศไทย บททดสอบสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงาน แต่คือการใช้จังหวะของการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
หากสามารถปรับตัวได้ทัน วิกฤตจากความขัดแย้งในโลกอาจกลายเป็น โอกาสสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทย แต่หากขาดการวางนโยบายที่เหมาะสม โอกาสเหล่านี้ก็อาจไหลไปยังประเทศคู่แข่งในภูมิภาคแทน
![]()













