พฤติกรรมคนเมืองเสี่ยงเงียบ! แพทย์เตือน “นั่งนาน-กินกากใยน้อย” จุดชนวนริดสีดวง–ฝีคัณฑสูตร
รพ.พญาไท พหลโยธิน เปิดศูนย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก รับมือโรคใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
กรุงเทพฯ – วิถีชีวิตของคนเมืองที่เร่งรีบและเต็มไปด้วยข้อจำกัดด้านเวลา กำลังกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อโรคทางทวารหนักโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะพฤติกรรม “นั่งทำงานนาน” การบริโภคอาหารกากใยน้อย และภาวะท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งล้วนเป็นตัวเร่งให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร และอาจลุกลามไปสู่ “ฝีคัณฑสูตร” ได้ในระยะยาว
พล.ร.ต.นพ.ต้น คงเป็นสุข ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และผู้อำนวยการศูนย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลพญาไท 2 และโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน เปิดเผยว่า โรคริดสีดวงทวารหนักเกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนัก ซึ่งมีทั้งปัจจัยจากพฤติกรรมและการสะสมของสภาพร่างกายในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานและผู้สูงอายุที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดังกล่าว
“ผู้ป่วยจำนวนมากมักมองว่าเป็นเรื่องเล็กและเลือกซื้อยามาใช้เอง ทำให้มาพบแพทย์เมื่ออาการรุนแรง เช่น ปวด บวม หรือมีหนอง ซึ่งบางรายพัฒนาเป็นฝีคัณฑสูตรที่ต้องผ่าตัด การตรวจตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจึงสำคัญ เพราะช่วยให้รักษาได้ง่ายและลดภาวะแทรกซ้อน”
ด้าน พญ.สราภรณ์ เกียรติอุบลวงษ์ ศัลยแพทย์เฉพาะทาง ระบุว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์ช่วยให้การรักษาโรคทางทวารหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดความเจ็บปวด และฟื้นตัวได้เร็ว หลายกรณีสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ในเวลาไม่นาน หากได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก
เพื่อรองรับแนวโน้มผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน ได้เปิด “ศูนย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก” ศูนย์เฉพาะทางที่ต่อยอดจากศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ ให้บริการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจประเมิน การส่องกล้องวินิจฉัย ไปจนถึงการผ่าตัดโดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมเทคโนโลยีและห้องผ่าตัดมาตรฐาน
ในโอกาสเปิดศูนย์ ทางโรงพยาบาลมอบสิทธิ์ตรวจคัดกรองโรคริดสีดวงทวารหนักฟรี จำนวน 10 ราย สำหรับผู้ที่มีอาการหรือมีความเสี่ยง เปิดลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ถึง 17 เมษายน 2569 ผ่าน https://bit.ly/4syaFDg และประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์วันที่ 21 เมษายน 2569 ทาง Facebook โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน
ทั้งนี้ แพทย์ย้ำว่า หากพบอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกขณะขับถ่าย ปวด บวม หรือคลำพบก้อนบริเวณทวารหนัก ควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัย เพื่อป้องกันการลุกลามของโรค และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
![]()













